คลังเก็บหมวดหมู่: ออกกำลังกาย

10 วิธีออกกำลังกายสบายๆ สำหรับคนขี้เกียจ

10 วิธีออกกำลังกายสบายๆ สำหรับคนขี้เกียจ

สุขภาพนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่ทุกๆ คนควรดูแล ไม่ว่าคุณจะเป็นหญิงหรือชายต่างก็ต้องใส่ใจสุขภาพ เพราะถ้าหากคุณไม่ใส่ใจสุขภาพเลยแม้แต่นิด ต้องระวังเอาไว้เมื่อโรคภัยตามมา วันนี้เราจึงมาแนะนำ 10 วิธีออกกำลังกายสบายๆ สำหรับคนขี้เกียจ ถ้าหากคุณคิดว่าเป็นคนขี้เกียจอยู่ล่ะก็ ไปลุยด้วยกันเลย

10 วิธีออกกำลังกายสำหรับคนขี้เกียจ

 เมื่อคุณรู้ว่าตัวเองเป็นคนที่ขี้เกียจที่เข้ามาอ่านข้อมูลนี้ก็แสดงว่า คุณยังมีความห่วงใยในสุขภาพอยู่ ดังนั้นเราจะพาคุณไปรักษาสุขภาพเล็กๆ น้อยๆ จากการออกกำลังกายสบายๆ ไม่ต้องออกไปวิ่งหรือทำกิจกรรมนอกบ้านก็สามารถทำได้ ซึ่งเราได้นำเอา 10 วิธีออกกำลังกายมาแนะนำดังนี้

1. บีบลูกบอลบริหารมือ

 หากคุณเป็นคนที่ขี้เกียจมากๆ ไม่อยากลุกไปไหน การบีบลูกบอกบริหารกล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างมือนั้นเป็นสิ่งที่เหมาะกับคุณมากที่สุด โดยการบีบบอลจะช่วยให้กล้ามเนื้อมัดเล็กของมือได้ทำงาน ช่วยให้ลดปัญหาปลายประสาทอักเสบได้เป็นอย่างดี ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดอาการนิ้วล็อค พร้อมทั้งเสริมสร้างกล้ามเนื้อแขนในส่วนของโฟร์อาร์มได้อีกด้วย โดยการบีบบอลหรือกำบอลสามารถทำได้ตลอดเวลา ไม่ว่าคุณจะไถมือถืออยู่ คุณก็ใช้มืออีกข้างกำบอลไป แล้วสลับกันบีบไปเรื่อย ๆ โดยทำอย่างต่ำวันละ 30 นาทีขึ้นไป ก็ช่วยให้กล้ามเนื้อแขนโฟร์อาร์มและมือมีความแข็งแรงได้

บีบลูกบอลบริหารมือ

2. นั่งสั่นขา

การนั่งสั่นขาทำได้ง่ายมากๆ ไม่ว่าคุณจะนั่งอยู่ไหนก็สามารถสั่นขาได้ โดยการสั่นขาจะช่วยให้เซลล์กล้ามเนื้อมีการมูฟเม้น ทำให้มีการเผาผลาญพลังงาน พร้อมกับกระตุ้นการทำงานส่วนของขา จับการสัมผัสต่างๆ ได้ดี นอกเหนือจากนั้นก็ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี ทำให้ไม่พบกับปัญหาปลายเท้าชา เพราะเลือดลงไปเลี้ยงได้ไม่เพียงพอ ช่วยลดอาการอุดตันของไขมันในเส้นเลือด สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย ทำได้ทุกเวลา

3. ยืนแกว่งแขน

เป็นการออกกำลังกายที่ดีสำหรับคนขี้เกียจโดยเฉพาะ คุณสามารถดูหนังดูทีวีไปพร้อมๆ กับการยืนแกว่งแขนเพื่อเผาผลาญพลังงานได้ การแกว่งแขนช่วยให้กล้ามเนื้อหัวไหล่ ต้นแขน และกล้ามเนื้ออกช่วงบนได้ทำงาน ช่วยให้เผาผลาญพลังงานส่วนเกินได้ พร้อมๆ กับการพัฒนากล้ามเนื้อในส่วนนี้ และช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีมากยิ่งขึ้น ต้นแขนกระชับ ไหล่ผึ่ง อกผาย เป็นทางออกที่ดีสำหรับคนขี้เกียจแต่รักสุขภาพ โดยทำเป็นเวลาติดต่อกันนานกว่า 30 นาทีขึ้นไป

ยืนแกว่งแขน

4. ยกแขน หรือท่า Curl

โดยท่านี้ปกติคนที่ออกกำลังกายตามยิมจะเป็นการใช้ดัมเบล หรือบาร์เบล แต่สำหรับคุณนั้นสามารถใช้อะไรก็ได้ที่สามารถหยิบจับได้ใกล้ตัว เช่น ขวดน้ำ เอามายกบริหารกล้ามเนื้อแขน โดยคุณมามารถยกไปเล่นมือถือไปได้ สบายๆ สลับแขนยกไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเหนื่อยหรือล้า เพียงแค่นี้แขนของคุณก็จะกระชับ แข็งแรงได้

ยกแขน หรือท่า Curl

5. ยืนเหยียดเท้า

เป็นท่าที่ช่วยบริหารกล้ามเนื้อน่องสำหรับคนขี้เกียจได้เป็นอย่างดี เพราะทำง่าย ทำที่ไหนก็ได้ในบ้าน เพียงแค่ยืนขี้น ขาตรงหลังไม่งอ แล้วทำการใช้ปลายเท้ากดไปที่พื้นแล้วยกส้นเท้าขึ้น ค้างไว้ 1-2 วินาที แล้วก็ทำไปเรื่อย ๆ ทำไปดูหนังไป ทำไปเล่นมือถือไปก็ยังได้ ง่ายๆ แค่นี้ ใครก็ทำได้ ดังนั้นคุณก็ต้องลุกขึ้นมาทำได้แล้ว แล้วคุณจะไม่ประสบปัญหาตะคริวกินขาอีกต่อไปในเมื่อน่องของคุณแข็งแรงมากพอ

6. หมุนไหล่

คุณสามารถยืนดูทีวี ดูหนังไปพร้อมๆ กับการหมุนไหล่ได้ ดังนั้นท่านี้มันเวิร์คมากๆ สำหรับคุณ การหมุนไหล่ช่วยในการบริหารกล้ามเนื้อหัวไหล่ให้ทำงานได้ดีขึ้น พร้อมกับข้อต่อบริเวณหัวไหลได้ยืด ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ และทำให้ไหล่กระชับ ไม่ปวดไหล่

หมุนไหล่

7. การเดิน

คุณสามารถเดินไปที่ไหนก็ได้ จะในหรือนอกบ้านก็ดี สามารถเล่นมือถือไปด้วยได้แต่คุณก็ต้องระมัดระวังจะเตะอะไรเข้า ทำให้คุณบาดเจ็บได้ เดินวนในบ้าน หรือเดินวนรอบบ้านก็ช่วยให้ร่างกายของคุณเผาผลาญพลังงานได้ดี ช่วยลดโอกาศการเกิดไขมันอุดตันเส้นเลือด รวมไปถึงช่วยคลายเครียดด้วย

8. นอนยกก้น

การนอนราบกับพื้น ชันเข่าขึ้นแล้วดันก้นขึ้นมาให้สูงจากพื้นพอสมควร ค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที เป็นท่าที่ช่วยบริหารกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกและต้นขาได้ดี ทำให้ต้นขาและสะโพกกระชับ ทำง่ายๆ ทำได้ทุกที่ ทำไปดูหนังไปก็ยังได้ นอกจากนั้นท่านี้ยังช่วยลดอาการปวดหลังได้ดีอีกด้วย

9. หมุนคอ

บริหารกล้ามเนื้อต้นคอด้วยการหมุนคอ สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลาจริงๆ กับท่านี้ ในจะช่วยให้คุณไม่ปวดคอเมื่อนั่งนานๆ หรือนอนนานๆ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณต้นคอได้ทำงาน และบริหารข้อต่อกระดูกต้นคอได้เป็นอย่างดี ทำตอนที่มีอาหารปวดเมื่อย หรือตอนที่ว่างๆ ก็ยังทำได้ ดังนั้นแล้วท่านี้ควนทำเป็นประจำ

10. ยกปลายเท้า

ปิดท้านท่าง่ายๆ กับการยกปลายเท้า ที่จะช่วยบริหารหล้ามเนื้อหน้าขา และหลังเท้าได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงการยืดคลายของเส้นเอ็น โดยท่านี้มีส่วนช่วยในการลดอาหารเท้าชาได้ เพราะจะทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น โดยการนั่งบนเก้าอี้หย่อนเท้าลงไปที่พื้น เท้าราบติดพื้น แล้วทำการยกปลายเท้าขึ้นจนสุดและรู้สึกตึงบริเวณหน้าแข้ง โดยให้ส้นเท้าติดพื้นเอาไว้ไม่ยกตาม ยกค้าง 1-3 วินาที ทำไปเรื่อย ๆ 20-30 นาทีขึ้นไป เพียงแค่นี้ปัญหาเท้าชาก็จะหมดไป

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 10 วิธีออกกำลังกายสบายๆ สำหรับคนขี้เกียจ ที่เราได้เอามาแนะนำกันในครั้งนี้ ซึ่งเราก็คาดว่ามันจะเป็นประโยชน์กับพวกคุณ หากคุณเป็นคนที่ขี้เกียจไปออกกำลังกายนอกบ้าน และเป็นคนขี้เกียจมากๆ เราก็คิดว่าการออกกำลังกายเหล่านี้จะช่วยคุณได้เป็นอย่างดี หากใครที่กำลังมองหา วิธีช่วยให้หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม เรามีบทความดีๆ มาแนะนำกับ 4 วิธีง่ายๆ ช่วยหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม แม้ทำงานที่บ้าน

ทิ้งท้าย

บทความต่อไป ขอเอาใจคนรักสัตว์โดยเฉพาะน้องหมา แต่ไม่สามารถที่จะนำน้องมาเลี้ยงเองที่บ้านได้ เพราะติดปัญหาเรื่องมีเวลาดูแลไม่มากพอ และปัญหาอื่น ๆ แต่เพื่อน ๆ ไม่ต้องเป็นห่วงไปค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้โลกของเรานั้น มีคาเฟ่สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง ให้เพื่อน ๆ เดินทางไปให้อาหารน้องหมาน้องแมว ตลอดจนสัตว์รูปแบบอื่น ๆ มากมาย ซึ่งเราจะแนะนำ 5 คาเฟ่น้องหมา ถูกใจคนรักสัตว์แน่นอน ให้เพื่อน  ๆ ได้สัมผัสและเต็มอิ่มกับน้องหมาสายพันธุ์ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่เช่นกัน ส่วนจะมีที่ไหนบ้าง ตามไปดูพร้อมกันเลย

4 วิธีง่ายๆ ช่วยหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม แม้ทำงานที่บ้าน

4 วิธีง่ายๆ ช่วยหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม แม้ทำงานที่บ้าน

4 วิธีง่ายๆ ช่วยหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม แม้ทำงานที่บ้าน

4 วิธีง่ายๆ ช่วยหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม แม้ทำงานที่บ้าน ในช่วงที่สถานการณ์บ้านเมือง ต้องเจอกับโรคระบาดอย่าง Covid-19 ทำให้หลายคนต้องกักตัวอยู่บ้าน และทำงานแบบ Work From Home กันมากขึ้น เพื่อป้องกันตัวเองจากโรคภัย แต่สิ่งที่ตามมากลับเป็นน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น โดยสาเหตุก็มาจากการกินและการนอนที่มากกว่าปกติ สำหรับใครที่ไม่อยากปล่อยให้หุ่นของตัวเองค่อยๆ พังลงไป วันนี้เรามีเคล็ดลับเพื่อสุขภาพที่ดีมาฝากกัน ไปดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ

ง่ายๆ ช่วยหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม แม้ทำงานที่บ้าน

1.เปลี่ยนที่พัก เป็นที่ทำงาน

เมื่ออยู่บ้านคุณจะรู้สึกขี้เกียจเป็นสองเท่า และส่งผลให้คุณกินและนอนมากกว่าเดิม ดังนั้นจงเปลี่ยนห้องนอนของคุณให้เป็นที่ทำงาน ด้วยการจัดสถานที่สำหรับทำงาน อีกทั้งคุณควรอาบน้ำแต่งตัวให้เหมือนไปทำงานจริง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน นอกจากนี้ควรกินข้าวให้เป็นเวลา และอย่าลืมทานมื้อเช้า เพราะเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด

ตื่นและนอนให้เป็นเวลา

2.ตื่นและนอนให้เป็นเวลา

การทำงานที่บ้าน จะทำให้คุณรู้สึกว่า ฉันจะตื่นมาทำงานเมื่อไหร่ก็ได้ หรือคืนนี้จะนอนดึกเท่าไหร่ก็ได้ แต่ที่จริงแล้ว การที่คุณนอนดึกตื่นสาย จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง แถมคุณยังกินอาหารเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ยิ่งหากคุณนอนดึกร่างกายจะเกิดการเผาผลาญไขมันได้น้อย ทำให้อ้วนลงพุงอีกต่างหาก ทางที่ดีนอนพักผ่อนให้ครบ 7-8 ชั่วโมงดีที่สุด

ขยับตัวบ้างระหว่างวัน

3.ขยับตัวบ้างระหว่างวัน

หากคุณทำงานตลอดเวลาโดยที่ไม่ขยับร่างกายเลย หรือขยับทีหนึ่ง คือการลุกไปนอน จะยิ่งส่งผลให้คุณขี้เกียจมากขึ้นและงานที่กำลังทำอยู่อาจไม่สำเร็จลุล่วงได้ ดังนั้นลองลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย ขยับตัวเล็กน้อย หรือการบริหารเบาๆ จะช่วยเพิ่มความสดชื่นและพร้อมที่จะลุยงานต่อได้ ใครที่ไม่อยากกลายเป็นคนขี้เกียจ จงพักผ่อนให้เต็มที่และคิดเสมอว่าทุกงานที่ทำต้องสำเร็จ

ทำอาหารทานที่บ้าน

4.ทำอาหารทานที่บ้าน

สาเหตุหลักที่ทำให้หุ่นของแต่ละคนเริ่มพัง คืออาหาร เมื่อทำงานเราก็ต้องการอาหารที่มีความรวดเร็วและสามารถกินได้ทันที คนส่วนใหญ่จึงเลือกสั่งอาหารฟาดฟู้ดมากกว่าทำกินเอง เพราะอร่อยง่ายสะดวกด้วย แต่ที่จริงการที่คุณทำงานอยู่บ้าน ทำให้มีเวลามากขึ้น ลองเข้าครัวทำอาหารเอง จะช่วยให้คุณได้กินอาหารสุขภาพที่ทำให้คุณควบคุมน้ำหนักได้ง่าย อีกทั้งช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง พร้อมสู้โรคระบาด

สำหรับใครตอนนี้ที่กำลัง Work From Home และไม่อยากที่จะให้หุ่นต้องพังไปด้วยน้ำมือของตัวเอง ลองเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การดูแลตัวเอง และทำตาม 4 วิธีที่เราบอก จะช่วยให้คุณมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อีกทั้งหุ่นดีๆ ของคุณจะไม่โบกมือลาคุณไปอย่างแน่นอน

อาการนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย แก้ได้ด้วยโยคะ

ออกกำลังกายด้วยโยคะ เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของใครหลายๆ คน อยู่แน่ๆ โดยเฉพาะคนวัยทำงานไปจนถึงผู้สูงวัย ซึ่งการนอนไม่หลับหรือหลับๆ ตื่นๆ กลางดึกเป็นประจํา แน่นอนว่าทําให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลเสียงต่อสุขภาพได้ วันนี้เรามีท่าโยคะ หลับสบาย ผ่อนคลายก่อนนอน มาฝากกันค่ะ

บทความแนะนำ :: Soccerballth