คลังเก็บหมวดหมู่: ความงาม

วิธีดูแลผิวแพ้ง่าย แก้ปัญหาสิวและผิวบอบบางให้แข็งแรงอีกครั้ง

วิธีดูแลผิวแพ้ง่าย แก้ปัญหาสิวและผิวบอบบางให้แข็งแรงอีกครั้ง

วิธีดูแลผิวแพ้ง่าย แก้ปัญหาสิวและผิวบอบบางให้แข็งแรงอีกครั้ง

วิธีดูแลผิวแพ้ง่าย แก้ปัญหาสิวและผิวบอบบางให้แข็งแรงอีกครั้ง ผิวแพ้ง่าย หรือที่เรียกว่า Sensitive Skin คือภาวะที่ผิวของคนเรามีความไวต่อปัจจัยกระตุ้นต่างๆ จากสิ่งแวดล้อมได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นจากเครื่องสำอาง สารกันแดด ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เนื้อผ้า น้ำ รวมถึงสภาพอากาศ ซึ่งการดูแลผิวสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับผิวแพ้ง่าย ตลอดจนรักษาสิวและกู้ผิวบอบบางให้กลับมาแข็งแรงสามารถทำได้ดังนี้

ธีดูแลผิวแพ้ง่าย แก้ปัญหาสิวและผิวบอบบางให้แข็งแรงอีกครั้ง

ใช้น้ำอุณหภูมิปกติล้างหน้า

การล้างหน้าในแต่ละครั้งนั้น สาวๆ ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่ายควรใช้น้ำอุณหภูมิปกติ ไม่ควรใช้น้ำร้อนล้างหน้าเด็ดขาด เพราะจะทำให้ความสมดุลของผิวถูกล้างออกไปมากจนเกินไป ที่สำคัญควรล้างหน้าแค่วันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้าและตอนเย็นก็เพียงพอแล้ว

ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่าย

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ล้างหน้าหรือครีมบำรุง สาวๆ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการทดสอบจากแพทย์ผิวหนังแล้วว่ามีความอ่อนโยน และปราศจากน้ำหอม สารกันเสีย สารแต่งสี และกลิ่น ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแพ้ง่ายเกิดการระคายเคือง

หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า

สำหรับสาวๆ ที่มีผิวแพ้ง่าย ในกรณีที่มีสิวหรือผิวมีอาการระคายเคือง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหลีกเลี่ยงการแต่งหน้า เพื่อให้ผิวหน้าได้พักและสามารถเร่งการฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงได้เร็วยิ่งขึ้น

ทาครีมกันแดดทุกวัน

แน่นอนว่ารังสียูวีมีความสามารถในการกระตุ้นทำให้ผิวเกิดอาการอักเสบได้ง่าย ยิ่งกับผิวแพ้ง่ายจะยิ่งทำให้ผิวอักเสบได้ง่ายกว่ามาก อีกทั้งยังก่อให้เกิดสิวผดตามมาอีกด้วย ดังนั้นจึงควรทาครีมกันแดดทุกวัน ไม่ว่าจะออกไปข้างนอกหรือไม่ก็ตาม

ทาครีมกันแดดทุกวัน

กินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่

การกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่นั้น ก็เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน นอกจากนี้ควรเสริมด้วยอาหารที่ให้วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ หากสามารถลดปริมาณการกินอาหารประเภทแป้งได้ก็จะยิ่งดีต่อผิว

รักษาความสะอาดของใช้ส่วนตัว

การรักษาความสะอาดของใช้ส่วนตัวก็มีความสำคัญไม่แพ้ไปจากการรักษาความสะอาดผิวพรรณ โดยเฉพาะของใช้ที่มีโอกาสสัมผัสกับผิวบ่อยครั้ง จำเป็นจะต้องหมั่นทำความสะอาด เช่น ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน มือถือ เป็นต้น

เช็ดหน้าเบาๆ

ทุกครั้งหลังทำความสะอาดผิวหน้า สาวๆ ควรเช็ดหน้าแต่เพียงเบาๆ อาจจะใช้วิธีการซับหน้าอย่างเบามือ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเกิดการระคายเคือง ที่สำคัญห้ามแกะ บีบ เกา หรือแคะผิวหนังเด็ดขาด

หลีกเลี่ยงการรบกวนผิวหน้า

ทราบหรือไม่ว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีเม็ดสครับ รวมทั้งการขัดผิว พอกผิว ลอกผิว กรอผิว หรือทำเลเซอร์ผิว คือการรบกวนผิวหน้าอย่างมาก เพราะวิธีเหล่านี้จะไปกระตุ้นให้ผิวหน้าแพ้ง่ายกว่าเดิม อีกทั้งยังก่อให้เกิดการระคายเคืองมากขึ้นอีกด้วย

หลีกเลี่ยงการรบกวนผิวหน้า

ป้องกันไม่ให้ผิวแห้ง

เมื่อมีปัญหาผิวแพ้ง่าย สาวๆ จำเป็นที่จะต้องป้องกันไม่ให้ผิวแห้ง ดังนั้นจึงแนะนำให้ใช้ครีมบำรุงที่มีความอ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่ายบ่อยๆ และสำหรับสาวๆ ที่มีผิวแห้งมาก แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเป็นน้ำมันเคลือบผิว ซึ่งควรทาหลังอาบน้ำและซับผิวภายในระยะเวลาประมาณ 5 นาที เพื่อปกคลุมผิวในช่วงที่ผิวยังคงชุ่มชื้นอยู่

สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย สิ่งที่ควรใส่ใจมากเป็นพิเศษก็คือ การทำความสะอาดผิวหน้าและของใช้ส่วนตัวที่มีโอกาสสัมผัสกับผิว ตามด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนต่อผิว และพยายามหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่างๆ ที่เป็นการรบกวนผิว เพียงแค่นี้ก็ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวแพ้ง่ายเผชิญกับปัญหาสิวหรือผิวบอบบางได้แล้ว

HOW TO ดูแลให้ผิวกระจ่างใส ผิวสวยอย่างปลอดภัย

วิธีดูแลให้ผิวกระจ่างใส ผิวสวยอย่างปลอดภัย เพราะว่าการมีผิวที่กระจ่างใส เรียบเนียนแลดูสุขภาพดี ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างบุคลิกภาพที่ดี ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการดูแลตัวเองได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว ยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองในทุกสถานการณ์

พฤติกรรมที่ทำให้ผมร่วง ผมบาง อย่างไม่รู้ตัว

พฤติกรรมที่ทำให้ผมร่วงผมบาง ปัญหาผมร่วงผมบางมักทำให้สาวๆ สูญเสียความมั่นใจลงไปเยอะมาก และเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้ยังคงเป็นเรื่องคาใจสำหรับสาวๆ ว่าเกิดจากสาเหตุใด มาลองเช็คพฤติกรรมที่ส่งผลให้เกิดปัญหาผมร่วงและผมบางกันดีกว่าค่ะ

HOW TO ดูแลให้ผิวกระจ่างใส ผิวสวยอย่างปลอดภัย

HOW TO ดูแลให้ผิวกระจ่างใส ผิวสวยอย่างปลอดภัย

HOW TO ดูแลให้ผิวกระจ่างใส ผิวสวยอย่างปลอดภัย เพราะว่าการมีผิวที่กระจ่างใส เรียบเนียนแลดูสุขภาพดี ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างบุคลิกภาพที่ดี ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการดูแลตัวเองได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว ยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองในทุกสถานการณ์

ซึ่งการดูแลผิวให้กระจ่างใสได้นั้น ก็มีหลากหลายวิธีให้เราได้เลือกใช้ และลองทำตามมากมาย แต่จะดีกว่ามั้ย? ถ้าวิธีที่เราใช้สามารถเนรมิตผิวของเรา ให้มีผิวกระจ่างใสเพอร์เฟคได้จริง สามารถทำตามได้ง่าย ๆ แบบไม่ต้องเจ็บตัว แถมยังปลอดภัยอีกด้วย

HOW TO ดูแลให้ผิวกระจ่างใส ผิวสวยอย่างปลอดภัย

สาเหตุที่ทำให้ผิวหน้าไม่กระจ่างใส

หลายคนพยายาม บำรุงผิว ทุกวิถีทาง แต่ก็ยังพบปัญหาผิวไม่กระจ่างใสอย่างที่ควรจะเป็น เพื่อให้เข้าใจถึงปัญหา และแก้ไขได้อย่างตรงจุดมากขึ้น มาทำความรู้จักกับสาเหตุ ที่ทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำไม่กระจ่างใสกันก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาจุดด่างดำ รอยแดง และสีผิวไม่สม่ำเสมอ ปัญหาเหล่านี้ล้วนมีที่มาจากรังสียูวีที่อยู่ในแสงแดด

และในแสงไฟจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อีกส่วนหนึ่งมาจากอายุที่มากขึ้น พันธุกรรม และพฤติกรรมจากการใช้ชีวิต ที่ส่งผลให้อนุมูลอิสระความชุ่มชื่น และเมลานินที่ควบคุมสีผิวทำงาน เสื่อมประสิทธิภาพลง นอกจากนี้ อาจเกิดจากพฤติกรรมบางอย่างที่ทำร้ายผิว เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายมีโอกาสฟื้นฟู และซ่อมแซมตัวเองน้อยลง

ความเครียดทำให้เกิดฮอร์โมนที่ชื่อว่า คอร์ติซอล ตัวการหลักที่ทำร้ายผิวกระจ่างใสให้หมองคล้ำ รวมไปถึงการกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ไม่ถูกสุขอนามัย สูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ สิ่งเหล่านี้ล้วนกระตุ้นให้อนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผิวพรรณไม่สดใส ดูคล้ำ และเหี่ยวย่น

HOW TO ดูแลให้ผิวกระจ่างใส ผิวสวยอย่างปลอดภัย

วิธีดูแลผิวกระจ่างใส

1. มาส์ก สครับผลัดเซลล์ผิว

ในแต่ละวันร่างกายของเรา มีเซลล์ผิวหนังจำนวนมากมาย ที่มีการแห้งตาย และหลุดร่วงออกไป และมีการผลิตเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ แต่เพราะไลฟ์สไตล์ในแต่ละวัน ที่ต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นควัน แสงแดด มลภาวะ และสิ่งแวดล้อมที่ทำร้ายผิว ทำให้เซลล์ผิวเก่าหลุดออก ตามวงรอบธรรมชาติช้าลง สะสมและอุดตันอยู่บนผิวชั้นบน

จึงทำให้ผิวดูหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ การผลัดเซลล์ผิวด้วยการสครับ และการบำรุงผิวด้วยการมาส์ก จึงเป็นวิธีที่ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกที่อุดตัวในรูขุมขน พร้อมทั้งผลัดเซลล์ผิวเก่าได้อย่างหมดจดเป็นธรรมชาติ เผยผิวกระจ่างใส เปล่งปลั่ง ดูสุขภาพดีและปลอดภัยอีกด้วย โดยการสครับผิวไม่ควรทำเกินกว่าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เนื่องจากจะทำให้ผิวแห้ง และระคายเคืองได้

2. อย่าลืมที่จะปกป้องผิวด้วยกันแดด

แม้หลายคนจะนั่งทำงานในที่ร่ม ไม่ต้องออกไปเผชิญกับแสงแดดที่อาจทำร้ายผิว ทำให้ละเลยในการปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด เนื่องจากรังสียูวีนั้นไม่ได้เกิดจากแสงแดดอย่างเดียว แต่ยังมาจากแสงไฟ แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ และแสงจากเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น

นอกจากนั้นยังมีรังสีอินฟราเรด ซึ่งเป็นคลื่นความร้อนที่แฝงตัวอยู่ในทุกที่ ซึ่งรังสีทั้งสองชนิดนี้ต่างตรงเข้ามาทำร้ายผิวโดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นการปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด จึงเป็นเรื่องที่ห้ามละเลยโดยเด็ดขาด

3. ทานอาหารดี วิตามินซี และแอนตี้ออกซิแดนท์สูง

อาหารไม่เพียงแต่เป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ที่จำเป็นกับชีวิตเท่านั้น ยังส่งผลต่อสุขภาพ และผิวพรรณด้วยเช่นกัน การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ จึงเป็นสิ่งที่คนอยากมีผิวแลกระจ่างใสควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้ผิวกระจ่างใส เปล่งปลั่ง มีสุขภาพดีจากภายใน

และอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จะช่วยดูแลเซลล์ผิวจากอนุมูลอิสระที่คอยทำร้ายผิว ปรับโครงสร้างชั้นผิวให้แข็งแรง อีกทั้งปรับการทำงานของเมลานิน จะช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ ลดเลือนจุดด่างดำ ช่วยให้ผิวกระจ่างใสสุขภาพดีจากภายใน แถมยังช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ ริ้วรอยต่าง ๆ แลดูจางลงอีกด้วย

4. เติมความชุ่มชื่นให้ผิวอยู่เสมอ

ความชุ่มชื่นคือเสาหลัก ที่คอยค้ำจุนให้ปราการปกป้องผิวและชั้นผิวแข็งแรง กระบวนการทำงานและระบบฟื้นฟูผิวสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ จึงทำให้ผิวดูกระจ่างใส ดูอิ่มน้ำ ลดปัญหาผิวแห้งเป็นขุยไม่น่าสัมผัส ซึ่งการเติมความชุ่มชื่นให้ผิวสามารถทำได้ง่าย ๆ

โดยการดื่มน้ำให้ได้ปริมาณที่เหมาะสม หรือ 2-3 ลิตรต่อวัน ควบคู่กับการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ที่เหมาะกับสภาพผิว เพิ่มความชุ่มชื่น และเติมน้ำให้กับผิวเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้ผิวกลับมากระจ่างใสเพอร์เฟคได้ไม่ยาก

เคล็ดลับป้องกันหน้าแก่ก่อนวัยได้ผล

เคล็ดลับป้องกันหน้าแก่ก่อนวัยได้ผล ปัญหาผิวหน้าเหี่ยวย่น ก่อนวัยอันควรนั้น เกิดขึ้นได้จากหลากหลายพฤติกรรม การหันมาให้ความสำคัญ กับการดูแลผิวหน้าให้กระชับกันมากขึ้น จึงเป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจให้มากนะคะ และเรื่อง วิธีดูแลสุขภาพจิต ก็สำคัญหากสุขภาพภายในเราดี ย่อมส่งผลให้ร่างกายภายนอกดีตามไปด้วย