คลังเก็บผู้เขียน: Namsomaa

HOW TO ดูแลให้ผิวกระจ่างใส ผิวสวยอย่างปลอดภัย

HOW TO ดูแลให้ผิวกระจ่างใส ผิวสวยอย่างปลอดภัย

HOW TO ดูแลให้ผิวกระจ่างใส ผิวสวยอย่างปลอดภัย เพราะว่าการมีผิวที่กระจ่างใส เรียบเนียนแลดูสุขภาพดี ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างบุคลิกภาพที่ดี ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการดูแลตัวเองได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว ยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองในทุกสถานการณ์

ซึ่งการดูแลผิวให้กระจ่างใสได้นั้น ก็มีหลากหลายวิธีให้เราได้เลือกใช้ และลองทำตามมากมาย แต่จะดีกว่ามั้ย? ถ้าวิธีที่เราใช้สามารถเนรมิตผิวของเรา ให้มีผิวกระจ่างใสเพอร์เฟคได้จริง สามารถทำตามได้ง่าย ๆ แบบไม่ต้องเจ็บตัว แถมยังปลอดภัยอีกด้วย

HOW TO ดูแลให้ผิวกระจ่างใส ผิวสวยอย่างปลอดภัย

สาเหตุที่ทำให้ผิวหน้าไม่กระจ่างใส

หลายคนพยายาม บำรุงผิว ทุกวิถีทาง แต่ก็ยังพบปัญหาผิวไม่กระจ่างใสอย่างที่ควรจะเป็น เพื่อให้เข้าใจถึงปัญหา และแก้ไขได้อย่างตรงจุดมากขึ้น มาทำความรู้จักกับสาเหตุ ที่ทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำไม่กระจ่างใสกันก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาจุดด่างดำ รอยแดง และสีผิวไม่สม่ำเสมอ ปัญหาเหล่านี้ล้วนมีที่มาจากรังสียูวีที่อยู่ในแสงแดด

และในแสงไฟจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อีกส่วนหนึ่งมาจากอายุที่มากขึ้น พันธุกรรม และพฤติกรรมจากการใช้ชีวิต ที่ส่งผลให้อนุมูลอิสระความชุ่มชื่น และเมลานินที่ควบคุมสีผิวทำงาน เสื่อมประสิทธิภาพลง นอกจากนี้ อาจเกิดจากพฤติกรรมบางอย่างที่ทำร้ายผิว เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายมีโอกาสฟื้นฟู และซ่อมแซมตัวเองน้อยลง

ความเครียดทำให้เกิดฮอร์โมนที่ชื่อว่า คอร์ติซอล ตัวการหลักที่ทำร้ายผิวกระจ่างใสให้หมองคล้ำ รวมไปถึงการกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ไม่ถูกสุขอนามัย สูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ สิ่งเหล่านี้ล้วนกระตุ้นให้อนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผิวพรรณไม่สดใส ดูคล้ำ และเหี่ยวย่น

HOW TO ดูแลให้ผิวกระจ่างใส ผิวสวยอย่างปลอดภัย

วิธีดูแลผิวกระจ่างใส

1. มาส์ก สครับผลัดเซลล์ผิว

ในแต่ละวันร่างกายของเรา มีเซลล์ผิวหนังจำนวนมากมาย ที่มีการแห้งตาย และหลุดร่วงออกไป และมีการผลิตเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ แต่เพราะไลฟ์สไตล์ในแต่ละวัน ที่ต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นควัน แสงแดด มลภาวะ และสิ่งแวดล้อมที่ทำร้ายผิว ทำให้เซลล์ผิวเก่าหลุดออก ตามวงรอบธรรมชาติช้าลง สะสมและอุดตันอยู่บนผิวชั้นบน

จึงทำให้ผิวดูหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ การผลัดเซลล์ผิวด้วยการสครับ และการบำรุงผิวด้วยการมาส์ก จึงเป็นวิธีที่ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกที่อุดตัวในรูขุมขน พร้อมทั้งผลัดเซลล์ผิวเก่าได้อย่างหมดจดเป็นธรรมชาติ เผยผิวกระจ่างใส เปล่งปลั่ง ดูสุขภาพดีและปลอดภัยอีกด้วย โดยการสครับผิวไม่ควรทำเกินกว่าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เนื่องจากจะทำให้ผิวแห้ง และระคายเคืองได้

2. อย่าลืมที่จะปกป้องผิวด้วยกันแดด

แม้หลายคนจะนั่งทำงานในที่ร่ม ไม่ต้องออกไปเผชิญกับแสงแดดที่อาจทำร้ายผิว ทำให้ละเลยในการปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด เนื่องจากรังสียูวีนั้นไม่ได้เกิดจากแสงแดดอย่างเดียว แต่ยังมาจากแสงไฟ แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ และแสงจากเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น

นอกจากนั้นยังมีรังสีอินฟราเรด ซึ่งเป็นคลื่นความร้อนที่แฝงตัวอยู่ในทุกที่ ซึ่งรังสีทั้งสองชนิดนี้ต่างตรงเข้ามาทำร้ายผิวโดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นการปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด จึงเป็นเรื่องที่ห้ามละเลยโดยเด็ดขาด

3. ทานอาหารดี วิตามินซี และแอนตี้ออกซิแดนท์สูง

อาหารไม่เพียงแต่เป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ที่จำเป็นกับชีวิตเท่านั้น ยังส่งผลต่อสุขภาพ และผิวพรรณด้วยเช่นกัน การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ จึงเป็นสิ่งที่คนอยากมีผิวแลกระจ่างใสควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้ผิวกระจ่างใส เปล่งปลั่ง มีสุขภาพดีจากภายใน

และอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จะช่วยดูแลเซลล์ผิวจากอนุมูลอิสระที่คอยทำร้ายผิว ปรับโครงสร้างชั้นผิวให้แข็งแรง อีกทั้งปรับการทำงานของเมลานิน จะช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ ลดเลือนจุดด่างดำ ช่วยให้ผิวกระจ่างใสสุขภาพดีจากภายใน แถมยังช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ ริ้วรอยต่าง ๆ แลดูจางลงอีกด้วย

4. เติมความชุ่มชื่นให้ผิวอยู่เสมอ

ความชุ่มชื่นคือเสาหลัก ที่คอยค้ำจุนให้ปราการปกป้องผิวและชั้นผิวแข็งแรง กระบวนการทำงานและระบบฟื้นฟูผิวสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ จึงทำให้ผิวดูกระจ่างใส ดูอิ่มน้ำ ลดปัญหาผิวแห้งเป็นขุยไม่น่าสัมผัส ซึ่งการเติมความชุ่มชื่นให้ผิวสามารถทำได้ง่าย ๆ

โดยการดื่มน้ำให้ได้ปริมาณที่เหมาะสม หรือ 2-3 ลิตรต่อวัน ควบคู่กับการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ที่เหมาะกับสภาพผิว เพิ่มความชุ่มชื่น และเติมน้ำให้กับผิวเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้ผิวกลับมากระจ่างใสเพอร์เฟคได้ไม่ยาก

เคล็ดลับป้องกันหน้าแก่ก่อนวัยได้ผล

เคล็ดลับป้องกันหน้าแก่ก่อนวัยได้ผล ปัญหาผิวหน้าเหี่ยวย่น ก่อนวัยอันควรนั้น เกิดขึ้นได้จากหลากหลายพฤติกรรม การหันมาให้ความสำคัญ กับการดูแลผิวหน้าให้กระชับกันมากขึ้น จึงเป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจให้มากนะคะ และเรื่อง วิธีดูแลสุขภาพจิต ก็สำคัญหากสุขภาพภายในเราดี ย่อมส่งผลให้ร่างกายภายนอกดีตามไปด้วย

5 เมนูประหยัด รสชาติจัดเต็มทุกจาน

5 เมนูประหยัด รสชาติจัดเต็มทุกจาน !

5 เมนูประหยัด รสชาติจัดเต็มทุกจาน ! ในยุคโควิค ยุคประหยัดเช่นนี้ แน่นอนว่าจะต้องประหยัดนู่นนี่นั่นมากมาย และหนึ่งในนั้น ก็คืออาหารการกิน ที่รับประทานในแต่ละวัน ถึงแม้จะเป็นเมนูง่าย ๆ ที่ประหยัด แต่คุณค่าาทางโภชนาการทางอาหาร และรสชาติต้องสำคัญที่สุด วันนี้เรามีเมนูมาแนะนำเพื่อน ๆ ยุคประหยัดทุกคน รับรองว่า ทำง่าย ไม่แพง แถมอร่อยทุกเมนูแน่นอนจ้า

5 เมนูประหยัด รสชาติจัดเต็มทุกจาน !

5 เมนูประหยัด รสชาติจัดเต็มทุกจาน ! กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา

1. กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา

ส่วนผสม กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา

  • กะหล่ำปลี 1 หัว
  • กระเทียม 2 หัว
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช เล็กน้อย (สำหรับผัด)
     

วิธีทำกะหล่ำปลีทอดน้ำปลา

     1. หั่นกะหล่ำปลีเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วดึงแยกออกจากกัน นำไปล้างให้สะอาด เตรียมไว้
     2. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟแรง พอน้ำมันร้อนใส่กระเทียมลงไปเจียวจนหอม
     3. ใส่กะหล่ำปลีลงไปในกระทะ (ยังไม่ต้องผัด) ให้ทิ้งไว้ 10 วินาทีก่อน จากนั้นค่อย ๆ ผัดให้กะหล่ำปลีโดนความร้อนทั่ว ๆ แต่ยังไม่ต้องสุกมาก
     4. ราดน้ำปลาลงไปรอบ ๆ ขอบกระทะ (ยังไม่ต้องผัด) รอจนมีกลิ่นน้ำปลาหอม ๆ ลอยขึ้นมาก่อน แล้วค่อยผัดให้ทุกอย่างเข้ากัน พอผัดจนกะหล่ำปลีสุกแล้ว ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

5 เมนูประหยัด รสชาติจัดเต็มทุกจาน ! ผักกาดขาวห่อหมู

2. ผักกาดขาวห่อหมู

ส่วนผสม ผักกาดขาวห่อหมู

  • กระเทียม
  • พริกไทย
  • เนื้อสะโพกไก่ หรือเนื้อหมู
  • ซีอิ๊วขาว
  • น้ำมันหอย
  • น้ำตาลทราย (เล็กน้อย)
  • ผักกาดขาว
  • น้ำเปล่า (สำหรับลวก)
  • น้ำเย็น (สำหรับแช่ผักกาดขาว)
     

วิธีทำผักกาดขาวห่อหมู

     1. โขลกกระเทียมกับพริกไทยให้ละเอียด พักไว้
     2. สับหมู (หรือไก่) ให้ละเอียด หมักด้วยกระเทียม พริกไทย ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย และน้ำตาลทรายเล็กน้อย พักทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที หรือหมักทิ้งไว้ทั้งคืน
     3. ลวกใบผักกาดขาวในน้ำเดือดแล้วแช่ในน้ำเย็นจัด ทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ ตัดก้านทิ้งเอาแต่ส่วนใบ
     4. นำไก่สับ หรือหมูสับมาวางลงบนใบผักกาดขาวแล้วห่อให้สวยงาม
     5. นำไปวางในชุดนึ่งแล้วนึ่งในน้ำเดือดประมาณ 5 นาที หรือจนสุก เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดหรือน้ำจิ้มสุกี้ก็อร่อย

5 เมนูประหยัด รสชาติจัดเต็มทุกจาน ! ผัดกะเพราไข่

3. ผัดกะเพราไข่

ส่วนผสม ผัดกะเพราไข่

  • ไข่ไก่
  • พริกขี้หนูสด
  • กระเทียม
  • เกลือป่น
  • น้ำตาลทราย
  • น้ำมันพืช (สำหรับผัด)
  • น้ำต้มสุก
  • น้ำมันหอย
  • ใบกะเพรา
     

วิธีทำผัดกะเพราไข่

     1. ตีไข่ไก่แล้วนำไปทอดจนสุก (ทำเหมือนไข่คน แต่ใช้เวลานานกว่าไข่คน) พักทิ้งไว้
     2. โขลกพริกขี้หนูกับกระเทียม เกลือป่นนิดหน่อย และน้ำตาลทราย ตำให้พอหยาบ
     3. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันลงไป ตามด้วยพริกที่ตำไว้ลงไปผัดให้หอม ตามด้วยไข่คนที่เตรียมไว้ เติมน้ำต้มสุกลงไปเล็กน้อย (ถ้าใครชอบใส่น้ำมันหอยก็ได้ค่ะแล้วแต่ตามใจเลยค่ะ) ชิมรสตามชอบ สุดท้ายตามด้วยใบกระเพรา ผัดให้เข้ากัน ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

หมูสับปั้นทอด

4. หมูสับปั้นทอด

ส่วนผสม หมูสับปั้นทอด

  • หมูสับ 500 กรัม
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • รากผักชีและกระเทียมโขลก
  • แป้งข้าวโพด
  • ซอสปรุงรส เล็กน้อย
  • พริกไทย
  • น้ำตาลทราย
  • น้ำมันงา เล็กน้อย
  • น้ำจิ้มซีฟู้ด (สำหรับราด)
     

วิธีทำหมูสับปั้นทอด

     1. ผสมหมูสับกับไข่ไก่ รากผักชีและกระเทียมโขลก แป้งข้าวโพด ซอสปรุงรส พริกไทย น้ำตาลทราย และน้ำมันงา นวดผสมให้เข้ากัน
     2. นำกระทะขึ้นตั้งไฟอ่อน ใส่เนยลงไป จากนั้นนำหมูลงไปทอดให้สุกเหลืองทั้ง 2 ด้าน ตักวางบนข้าวสวย ราดน้ำจิ้มซีฟู้ด พร้อมเสิร์ฟ

5. มาม่าไข่ตุ๋นปลากระป๋อง

ส่วนผสม มาม่าไข่ตุ๋นปลากระป๋อง

  • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (รสหมูสับ ขนาดจัมโบ้) 1 ซอง
  • ปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ (หรือปลาซาร์ดีน) 1 กระป๋อง
  • ไข่ไก่ 3 ฟอง
  • น้ำ 2 ถ้วย
  • ถั่วลันเตา
  • แครอต
  • ข้าวโพด
  • มะเขือเทศ
  • ผักชี
  • ข้าวสวย
     

วิธีทำมาม่าไข่ตุ๋นปลากระป๋อง

     1. ขยำเส้นมาม่าแล้วใส่เครื่องปรุงลงไป (ใครกินเผ็ดสามารถใส่ซองพริกลงไปด้วยได้)
     2. ใส่ปลากระป๋องลงไปแล้วใช้ส้อมบี้ให้แหลก
     3. ใส่ไข่ไก่ลงไป
     4. เติมน้ำเปล่าลงไป
     5. ใส่ถั่วลันเตา แครอต และข้าวโพดลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (คนเบา ๆ) ปิดฝานำเข้าไมโครเวฟ ใช้ไฟแรง 300 วัตต์ ประมาณ 15 นาที
     6. นำออกจากไมโครเวฟตกแต่งด้วยมะเขือเทศและผักชี จัดเสิร์ฟกับข้าวสวย

และนอกจากเมนูอาหารสุดประหยัดนี้แล้ว เราก็มีเมนู และ สูตรอาหาร สำหรับคนรักกุ้ง อีกด้วย ถือได้ว่าประหยัดด้วย ได้กินของอร่อยด้วย ยิ่งไวรัส covid-19 แพร่ระบาดขนาดนี้ การอยู่บ้านช่วยชาติ ทำเองกินเอง จะถือว่าปลอดภัยมากที่สุด

เรื่องที่คุณอาจสนใจ :

เพิ่มเติม สำหรับสาวๆ ที่กำลังมองหาเสื้อผ้าแฟชั่น โดนใจ รวมไปถึงการหารายได้จากเสื้อผ้าสุดเก๋ บนโลกออนไลน์ แนะนำวิธีขายเสื้อผ้าแฟชั่นบนออนไลน์ ให้ปังในปี 2021 ในช่วงโควิด อะไรหยิบจับได้ ง่ายที่สุด คงจะเป็นทางด้านขายของออนไลน์ ที่มาแรงในตอนนี้ค่ะ

9 วิธีดูแลสุขภาพจิต เพื่อชีวิตให้มีความสุข

9 วิธีดูแลสุขภาพจิต เพื่อชีวิตให้มีความสุข

9 วิธีดูแลสุขภาพจิต เพื่อชีวิตให้มีความสุข สุขภาพจิต มีผลต่อความรู้สึก ความคิด และการตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเรา หากเรามีสุขภาพจิตที่ดี เราก็จะสามารจัดการ กับปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนเราได้เป็นอย่างดี เราสามารถที่จะดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบตัวของเรา

แต่ในทางกลับกันนั้น หากเรามีสุขภาพจิตที่ไม่ดี นอกจากจะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของเราแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพกายของเราด้วย ไม่ว่าจะเป็น อาการนอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินไป เบื่ออาหาร หรือทานอาหารมากจนเกินไป มีการอ่อนเพลีย ท้องเสีย มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็ง ไมเกรน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือโรคซึมเศร้า เป็นต้นค่ะ

ภาวะอารมณ์ไม่ว่าจะเป็น ตื่นเต้น มีความสุข โกรธ เสียใจ ดีใจ กระวนกระวายใจ เครียด หรือเศร้าใจเป็นสิ่งปกติในชีวิตของมนุษย์ แต่หากเรามีภาวะอารมณ์ในด้านลบ เช่น เครียด หรือเศร้าใจต่อเนื่องกันเป็นเวลายาวนาน และมีความรุนแรง อาจส่งผลต่อสุขภาพจิต ทำให้เราเป็นโรคซึมเศร้า หรือโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวกับภาวะทางจิตใจได้ และวันนี้เรามาดูกันค่ะว่า 9 วิธีดูแลสุขภาพจิตนี้ ทำอย่างไรบ้าง?

9 วิธีดูแลสุขภาพจิต เพื่อชีวิตให้มีความสุข

9 วิธีดูแลสุขภาพจิต เพื่อชีวิตให้มีความสุข รักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง

1. รักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง

มีผลการศึกษามากมาย ชี้ให้เห็นว่า ความเหงา เป็นตัวแปรหนึ่งที่เป็นต้นกำเนิดของปัญหาสุขภาพจิตมนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม เราต้องการการยอมรับ ต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัว ดังนั้น การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบตัวจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวันที่เราประสบปัญหาชีวิตการมีคนที่เราไว้ใจ เช่น เพื่อนสนิท หรือคนในครอบครัว คอยอยู่ข้าง ๆ และให้กำลังใจ จะช่วยทำให้

เราผ่านปัญหา และช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นไปได้ง่ายขึ้นการบอกถึงความรู้สึกของเรา การขอความช่วยเหลือ ไม่ใช่การแสดงความอ่อนแอใด ๆ แต่เป็นการแสดงความเข้มแข็ง ในการยอมรับและซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง เมื่อเรายอมรับ และอยู่กับความรู้สึกที่เกิดขึ้น จะช่วยให้เราผ่านช่วงเวลาของการเศร้าเสียใจได้เร็วขึ้น

2. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกาย มีส่วนช่วยรักษาและพัฒนาสุขภาพจิต เป็นอย่างมาก นอกจากการออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรงแล้ว ยังช่วยทำให้เรานอนหลับได้ง่ายขึ้น ในระหว่างการออกกำลังกาย ร่างกายจะหลั่งสารเอนโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข ช่วยทำให้เรารู้สึกดีขึ้น ดังนั้นการแบ่งเวลาเพื่อออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และจำเป็นอย่างยิ่งต่อสุขภาพกาย และใจของเราเอง

3. พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

การมีเป้าหมายในชีวิต หรือ การใช้ชีวิตแบบมีจุดมุ่งหมาย เป็นสิ่งที่จะช่วยให้เรามีความสุขอย่างแท้จริง มนุษย์ทุกคนต้องการการเติบโต การมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าเราต้องการอะไร อยากทำอะไรและลงมือทำ เมื่อเราได้เห็นพัฒนาการของตัวเอง สัมผัสถึงความสำเร็จเมื่อเราบรรลุเป้าหมายนั้นๆ จะช่วยทำให้เรามีชีวิตที่มีความหมายมากขึ้น และที่สำคัญ เป็นความสุขอย่างแท้จริง ที่ยั่งยืนในการมีชีวิต

วันนี้ ให้ลองถามตัวเองว่า มีอะไรบ้างที่เราอยากจะทำ อยากจะเติบโต หรือเรียนรู้ เช่น อยากจะเป็นนักเขียน อยากจะเขียนหนังสือสักเล่ม ก็วางแผน และลงมือทำ เมื่อวันที่เราทำมันสำเร็จ นอกจากเราจะรู้สึกภูมิใจกับความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายนั้น ๆ แล้ว เรายังเติบโตในเชิงของทักษะที่เราพัฒนาระหว่างทางอีกด้วย

4. รู้จักขอบคุณสิ่งต่างๆ ในชีวิต

บ่อยครั้งที่เราไม่มีความสุขกับชีวิต เครียด เศร้าใจ เพราะเราโฟกัสในสิ่งที่ขาด สิ่งที่เรายังไม่มี ปัญหาของเรา โดยลืมคิดไปว่า ในชีวิตนี้ยังมีเรื่องอื่นๆ และสิ่งอื่นๆ อีกมากมาย ที่มันดีงาม และ เราสามารถสร้างประโยชน์ได้ การรู้จักขอบคุณสิ่งต่างๆ รอบตัวในแต่ละวัน แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ จะทำให้เราฝึกมองโลกในแง่ดี

มองเห็นสิ่งที่มี และพร้อมที่จะลงมือทำ และสร้างชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เราสามารถ รู้สึกขอบคุณ ในวันที่ตื่นเช้าขึ้นมาแล้วมีร่างกายที่แข็งแรง อย่าลืมว่า ในโลกใบนี้ มีคนอีกจำนวนมาก ที่ไม่สามารถตื่นขึ้นมาทำในสิ่งที่เรากำลังจะทำได้ เพราะเขากำลังป่วย การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงก็เป็นเรื่องที่น่าขอบคุณอย่างยิ่งแล้ว ในชีวิต

9 วิธีดูแลสุขภาพจิต เพื่อชีวิตให้มีความสุข ตรวจสอบตัวเอง

5. ตรวจสอบตัวเอง

การตรวจสอบตัวเองว่าเรายังรู้สึกโอเคอยู่ไหมด้วยคำถามดังต่อไปนี้ จะช่วยให้เรารู้เท่าทันว่าเรากำลังสุขภาพจิตที่ดีอยู่หรือไม่

  • ฉันยังสนใจในเรื่องที่ฉันเคยสนใจอยู่หรือไม่?
  • ฉันรู้สึกไม่สบายใจ โกรธ หรือเศร้ามากกว่าปกติหรือไม่?
  • ฉันดื่มแอลกอฮอร์มากกว่าที่เคยดื่มหรือเปล่า?
  • ฉันมีปัญหาในการนอนหรือไม่ ฉันนอนหลับสนิทหรือไม่ในแต่ละคืน?
  • ฉันมีปัญหาเรื่องการกินหรือไม่ ไม่ค่อยอยากทานอาหาร หรือทานอาหารมากเกินไปหรือไม่?
  • ฉันรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีแรงกว่าปกติหรือไม่
  • คนรอบตัวบอกว่าฉันมีภาวะอารมณ์ที่แปรปรวนหรือไม่

หากคุณมีปัญหาข้อหนึ่งข้อใดในคำถามข้างต้น แสดงว่าคุณกำลังมีภาวะปัญหาด้านสุขภาพจิต ที่ควรหันมาสนใจที่จะแก้ไข

6. ฝึกสมาธิ

การฝึกสมาธิ จะช่วยทำให้เราจดจ่อกับปัจจุบันขณะ เพราะภาวะความเครียดและวิตกกังวล เกิดจากความคิดของเรา ที่เราส่งใจไปคิดถึงอดีต หรืออนาคต และปรุงแต่งเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วยจินตนาการของเรา การฝึกสมาธิ จะช่วยให้เราอยู่กับปัจจุบัน และทำปัจจุบันให้ดี ช่วยให้เรารู้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากการมากระทบของปัจจัยภายนอก เมื่อเรารู้เท่าทันอารมณ์ เราก็เลือกที่จะตอบสนองต่อสิ่งเร้านั้นอย่างถูกต้องและเหมาะสม ไม่เกิดปัญหาตามมาในอนาคต

7. นอนหลับให้เพียงพอ

การนอนหลับให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน เป็นเรื่องที่สำคัญ​ ที่จะช่วยให้เราได้พักผ่อน และมีแรงเพื่อทำงาน และจัดการกับชีวิตในวันรุ่งขึ้น การนอนหลับไม่เพียงพอต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะมีผลต่อสุขภาพกายของเรา และอาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ด้วยเช่นกัน

8. ดูแลตัวเอง

การรักตัวเองและหมั่นดูแลตัวเอง เป็นเรื่องสำคัญที่เราไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาบังคับ หรือทำให้เราควรแบ่งเวลาในการดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น การกินอาหารที่มีประโยชน์ ดูแลรูปร่างของเราโดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอนหลับให้เพียงพอ หาเวลาพักผ่อนหย่อนใจ เช่น หางานอดิเรก ที่เราชอบทำ ดูหนัง ฟังเพลง เป็นต้น

9. อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือ

เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกว่า เรากำลังมีปัญหาด้านสุขภาพจิต นอกจากจะขอความช่วยเหลือจากคนที่เรารักและไว้ใจ การขอความช่วยเหลือหรือพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการดูแลรักษาจิตใจตัวเอง ซึ่งก็เหมือนกับเวลาที่เราเจ็บป่วยและไปหาหมอเช่นกัน

แนะนำวิธีขายเสื้อผ้าแฟชั่นบนออนไลน์ ให้ปังในปี 2021

แนะนำวิธีขายเสื้อผ้าแฟชั่นบนออนไลน์ ให้ปังในปี 2021 ในปัจจุบันเศรษฐกิจแบบนี้ หลายคนอาจจะมองหาอาชีพเสริม ร้านค้าต่าง ๆ อาจจะขายของยาก แต่เราอยากจะแนะนำธุรกิจหนึ่ง ที่กำลังมาแรงในสถานะการณ์เช่นนี้ นั่นคือการขายเสื้อผ้าแฟชั่นผ่านออนไลน์นั่นเองค่ะ ในเวลาที่ผู้คนกักตัวอยู่บ้านเช่นนี้ ผู้คนย่อมซื้อของผ่านทางออนไลน์ทั้งสิ้น

แนะนำวิธีขายเสื้อผ้าแฟชั่นบนออนไลน์ ให้ปังในปี 2021

แนะนำวิธีขายเสื้อผ้าแฟชั่นบนออนไลน์ ให้ปังในปี 2021

แนะนำวิธีขายเสื้อผ้าแฟชั่นบนออนไลน์ ให้ปังในปี 2021 ในปัจจุบันเศรษฐกิจแบบนี้ หลายคนอาจจะมองหาอาชีพเสริม ร้านค้าต่าง ๆ อาจจะขายของยาก แต่เราอยากจะแนะนำธุรกิจหนึ่ง ที่กำลังมาแรงในสถานะการณ์เช่นนี้ นั่นคือการขายเสื้อผ้าแฟชั่นผ่านออนไลน์นั่นเองค่ะ ในเวลาที่ผู้คนกักตัวอยู่บ้านเช่นนี้ ผู้คนย่อมซื้อของผ่านทางออนไลน์ทั้งสิ้น มาดูกันค่ะ ว่าการขายผ่านออนไลน์นี้ มีวิธีการอย่างไร

แนะนำวิธีขายเสื้อผ้าแฟชั่นบนออนไลน์ ให้ปังในปี 2021

แนะนำวิธีขายเสื้อผ้าแฟชั่นบนออนไลน์ ให้ปังในปี 2021

เริ่มต้นขายเสื้อผ้าออนไลน์

หาเสื้อผ้าที่อยากขาย

เสื้อผ้านั้นมีหลายแบบด้วยกัน ทั้งเสื้อทำงาน เสื้อยืด เดรส เสื้อทำงานผู้ชาย เป็นต้น หากเราไม่รู้จะขายเสื้อผ้าแบบไหน ลองสำรวจเสื้อผ้าคนรอบตัวของเรา หรือเริ่มต้นง่าย ๆ กับเสื้อผ้าที่เราใส่เป็นประจำก่อนได้ค่ะ

หาแหล่งขายส่งเสื้อผ้า

ส่วนสำคัญในการเริ่มต้นเปิดร้าน ร้านขายส่งเสื้อผ้ามีให้เลือกเยอะแยะมากมาย ทั้งมีหน้าร้านให้หยิบจับเสื้อผ้า หรือขายแบบไม่มีหน้าร้าน เหมายกกระสอบ สิ่งสำคัญคือต้องคำนึงถึงรูปแบบ คุณภาพของเสื้อผ้า เหมาะสมกับราคาขายส่งมากแค่ไหน? และตรงกับที่เราต้องการหรือไม่

หาต้นทุนการซื้อเสื้อผ้า

การเริ่มต้นขายเสื้อผ้าต้องคำนวณต้นทุนที่เราจะต้องจ่ายออกไปก่อน เช่น ต้นทุนการซื้อเสื้อผ้า ต้นทุนการซื้ออุปกรณ์แพ็คสินค้า การควบคุมต้นทุนนั้นสำคัญมาก เป็นตัวช่วยให้เราบริหารจัดการหลังบ้านให้มีเงินสดพร้อมลงสต็อกสินค้าอยู่เสมอ หากยังไม่อยากลงทุนก็สามารถสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายก่อนได้ค่ะ

หากลุ่มลูกค้าที่จะซื้อเสื้อผ้า

เสื้อผ้าที่เราเลือกมาขาย เราจะขายให้กลุ่มลูกค้าไหนเป็นหลัก อย่างเช่น เสื้อผ้ากลุ่มวัยทำงาน เสื้อผ้าเด็กเล็ก เสื้อเชิ้ตสำหรับผู้ชายวัยทำงาน เป็นต้น ยิ่งเรากำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ยิ่งจะช่วยให้เราขายเสื้อผ้าได้ดีมากยิ่งขึ้น

หาช่องทางออนไลน์ที่จะวางขาย

ช่องทางออนไลน์เปรียบเสมือนทำเลในการตั้งร้านค้าออนไลน์ของเรา แนะนำให้เลือกช่องทางออนไลน์ที่เราคุ้นเคย รู้วิธีหาลูกค้า วิธีใช้งานช่องทางนั้นเป็นอย่างดีค่ะ

หาราคาที่ต้องการขาย

ตั้งราคาขายให้เหมาะสมกับเสื้อผ้าที่เราจะขาย ราคาขายอาจจะคำนวณมาจาก ต้นทุนซื้อเสื้อผ้า + ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ + กำไรที่ต้องการ และที่สำคัญราคาต้องสอดคล้องกับคุณภาพสินค้าด้วยนะคะ

แนะนำวิธีขายเสื้อผ้าแฟชั่นบนออนไลน์ ให้ปังในปี 2021 แฟชั่น

เปิดร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นทางออนไลน์

เริ่มต้นขายเสื้อผ้าออนไลน์ผ่านขั้นตอนแรกไปแล้ว ขั้นตอนต่อมาก็คือเปิดร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ วิธีขายเสื้อผ้าออนไลน์นั้นต้องเน้นรูปภาพเป็นสำคัญ เพราะว่าเป็นการดูรูปภาพสินค้าเป็นหลัก และการให้ข้อมูลทรงของเสื้อผ้า ขนาดสัดส่วน สี ไซส์ ให้ครบถ้วน ต่อมาก็คือเลือกช่องทางการขายเสื้อผ้าออนไลน์

ช่องทางการขายที่เราสามารถเปิดร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ได้ มีดังต่อไปนี้

  • ขายเสื้อผ้าออนไลน์ผ่าน Facebook ไม่ว่าจะเป็น Facebook Pages, กลุ่ม Facebook, Facebook ส่วนตัว
  • ขายเสื้อผ้าออนไลน์ผ่าน LINE Official Account 
  • ขายเสื้อผ้าออนไลน์ผ่าน Instagram
  • ขายเสื้อผ้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ขายของออนไลน์
  • ขายเสื้อผ้าออนไลน์ผ่าน Market Place เช่น Shopee หรือ Lazada

แม่ค้าออนไลน์มือใหม่ได้นำมาใช้ หรือแม่ค้าออนไลน์ที่ขายเสื้อผ้าอยู่แล้วอยากปรับตัวให้ขายดีขึ้น ก็นำเทคนิคขายเสื้อผ้าไปปรับให้เข้ากับร้านได้นะคะ อยากขายเสื้อผ้าออนไลน์ก็ต้องมีสต๊อกสินค้าไว้จัดการสินค้าหลังบ้านด้วยนะคะ

แนะนำวิธีขายเสื้อผ้าแฟชั่นบนออนไลน์ ให้ปังในปี 2021 ขายของออนไลน์

วิธีขายเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์

วิธีขายเสื้อผ้าออนไลน์นั้นเราต้องมีกลุ่มเป้าหมายหลัก ที่เราจะขายให้ก่อนค่ะ การกำหนดกลุ่มเป้าหมายจะช่วยให้เราขายเสื้อผ้าออนไลน์ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ก็ยังต้องมีเทคนิคการขายเสื้อผ้าออนไลน์ที่จะช่วยให้ขายดีขึ้นไปอีกด้วยนะคะ

1. ถ่ายรูปเสื้อผ้าให้สวย

อย่างที่บอกในตอนต้นของบทความการขายออนไลน์ รูปภาพเสื้อผ้าเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งถ้าเราถ่ายเสือผ้าจากการใช้งานจริง ยิ่งช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นค่ะ

2. บริการด้วยใจ

ขายของด้วยใจที่อยากให้บริการ เสื้อผ้าดี บริการดี แนะนำดี ลูกค้าไม่หนีแน่นอนค่ะ

3. ขอรีวิวรูปภาพเสื้อผ้าจากลูกค้า

การตัดสินใจซื้อสินค้า ความน่าเชื่อถือของร้านก็มาจากการรีวิว จากผู้ใช้งานจริงนั่นเองค่ะ การซื้อเสื้อผ้าออนไลน์ลูกค้าจะไม่ได้ลองเสื้อผ้า ดังนั้นการมีรีวิวรูปภาพสินค้าจากลูกค้าเก่าของเราจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือได้ค่ะ

4. วิธีโพสต์รูปภาพเสื้อผ้า

ทรงเสื้อผ้าแต่ละทรงก็มีส่วนที่เราต้องถ่ายให้ลูกค้าเห็นชัดเป็นพิเศษ สำหรับการโพสต์รูปภาพก็มีทั้งแบบอัลบั้ม หรือโพสต์เป็นรูปภาพเดียว การโพสต์รูปภาพให้สวยงามน่าชม ก็ช่วยเพิ่มยอดขายให้เราได้ค่ะ

5. วิธีไลฟ์สดขายเสื้อผ้า

เทคนิคขายเสื้อผ้าออนไลน์ยอดฮิตในปี 2021 การโต้ตอบแบบ Real time แม่ค้าลองเสื้อผ้าจริงในการไลฟ์สด ลูกค้าได้เห็นทรงเสื้อผ้าชัดขึ้น ตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น ปิดการขายก็ง่ายขึ้น

ทิ้งท้าย

เทคนิคและวิธีการขายเสื้อผ้าแฟชั่น ให้แม่ค้าออนไลน์มือใหม่ได้นำมาใช้ หรือแม่ค้าออนไลน์ที่ขายเสื้อผ้าอยู่แล้วอยากปรับตัวให้ขายดีขึ้น ก็นำเทคนิคขายเสื้อผ้า Soccerballth ไปปรับให้เข้ากับร้านได้นะคะ อยากขายเสื้อผ้าออนไลน์ก็ต้องมีสต๊อกสินค้าไว้จัดการสินค้าหลังบ้านด้วยนะคะ