คลังเก็บผู้เขียน: Mila

สาเหตุที่อาจทำให้ หลับๆ ตื่นๆ ตอนกลางคืน

สาเหตุที่อาจทำให้ หลับๆ ตื่นๆ ตอนกลางคืน

สาเหตุที่อาจทำให้ หลับๆ ตื่นๆ ตอนกลางคืน เชื่อว่าหลายคนที่กำลังนอนหลับพักผ่อนในตอนกลางคืน จะต้องเคยรู้สึกอารมณ์เสียกันบ้างแน่ๆ ถ้าอยู่ดีๆ ตัวเองจะต้องมาตื่นในกลางดึก ทั้งๆ ที่ยังไม่เช้าด้วยซ้ำ ยิ่งใครที่นอนหลับยากๆ อยู่แล้ว และต้องมาตื่นกลางดึกแบบนี้ ก็คงต้องกลับไปตั้งใจหลับใหม่ หรือไม่บางคนตื่นแล้วอาจจะต้องตื่นเลย เพราะจะให้นอนต่อก็คงจะนอนไม่หลับจนถึงเช้า หรือหลับต่อยาก

รู้ไหมว่าการที่มีอาการหลับๆ ตื่นๆ จะส่งผลให้เรานอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอแล้ว ยังรวมถึงเกิดผลเสียต่อสุขภาพได้อีกด้วย วันนี้เราได้หา สาเหตุเบื้องต้นที่ทำให้เรามีอาการหลับๆ ตื่นๆ หรือชอบตื่นกลางดึกบ่อยๆ มาฝากกัน

สาเหตุที่อาจทำให้ หลับๆ ตื่นๆ ตอนกลางคืน

4 สาเหตุที่อาจทำให้ “หลับๆ ตื่นๆ ” ตอนกลางคืน

1.ความเครียด

แน่นอนว่าความเครียดเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้มีอาการหลับๆ ตื่นๆ เพราะคุณอาจจะมีความกังวลต่างๆ ที่ทำให้เกิดความเครียดสะสมจนทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้าแบบไม่รู้ตัว นอกจากความเครียดแล้วยังรวมถึงความรู้สึกวิตกกังวลในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องงาน เพราะฉะนั้นอยากแนะนำให้ลดความกังวลในจิตใจให้ลดลง เมื่อความกังวลและความเครียดนั้นค่อยๆ จางลงไปจะทำให้คุณนอนหลับสนิทได้มากขึ้น

2.อาการเจ็บป่วย

เมื่อคุณไม่สบาย ปวดท้อง ปวดตามเนื้อตัว เป็นโรคเกี่ยวกับการนอนหลับ มีปัญหาเรื่องระบบการหายใจ มีอาการไอ หรือมีอาการเจ็บป่วยต่างๆ อยู่นั้น แน่นอนว่าอาการเหล่านี้สามารถไปรบกวนคุณตอนคุณหลับโดยที่คุณไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นอยากแนะนำให้ควรรีบหาวิธีแก้ไขหรือพบแพทย์เพื่อรักษา ไม่อย่างงั้นคุณก็จะต้องมาหลับๆ ตื่นๆ กลางคืนอยู่แบบนี้ ซึ่งมันไม่ดีต่อร่างกายของคุณแน่ๆ

สิ่งแวดล้อม

3.สิ่งแวดล้อม

ลองสังเกตสภาพแวดล้อมของที่พักของคุณดู ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่คุณพักอาศัย คอนโด หรือหอพักว่าบริเวณที่พักของคุณนั้นมีร้านค้าหรือผับที่ต้องเสียงดังตลอดเวลาหรือเปล่า ที่พักของคุณอยู่ติดถนนใหญ่ที่มีรถวิ่งตลอดทั้งวันไหม มีเสียงรบกวนจากการจราจรตลอดทั้งคืนหรือไม่ รวมถึงบางทีอาจจะเกี่ยวกับความสว่างเกินไปของห้องนอนของคุณเอง สิ่งเหล่านี้ที่เป็นสภาพแวดล้อมนั้นสามารถเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ร่างกายของคุณหลับไม่สนิท และทำให้คุณมีอาการหลับๆ ตื่นๆ นั่นเอง

4.การรับประทานอาหาร

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการรับประทานอาหารเป็นหนึ่งในสาเหตุที่สามารถทำให้คุณนอนหลับๆ ตื่นๆ หรือตื่นมากลางดึกได้ เนื่องจากบางทีสำหรับใครที่ชอบรับประทานอาหารดึกๆ แล้วทิ้งตัวลงนอนเลย แน่นอนว่าต้องมีอาการแน่นท้อง รู้สึกอึดอัด อาหารไม่ย่อย บางคนถึงกับมีอาการจุกเสียดจนต้องตื่นขึ้นมากลางดึก การมีพฤติกรรมแบบนี้สามารถเสี่ยงเป็นกรดไหลย้อนมากเลยนะทุกคน เพราะฉะนั้นต้องระวังไว้ แนะนำว่ากินเสร็จแล้วอย่างพึ่งล้มตัวนอนจะดีที่สุด

และที่เรากล่าวมาข้างต้นนั้น ก็อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เราตื่นมาตอนกลางดึก ลองนำเอาไปปรับใช้ดูกันนะคะ เพราะถ้าบ่อยไว้นาน จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้

โรคช็อกโกแลตซีสต์ มีวิธีการป้องกันอย่างไร ?

โรคช็อกโกแลตซีสต์ เกิดจากปัจจัยเสี่ยง จากการที่มีประจำเดือนตั้งแต่อายุยังน้อย การมีประจำเดือนมากกว่า 2 ครั้งต่อเดือน หรือมีประจำเดือนมากผิดปกติ ซึ่งปัจจัยเสี่ยงเหล่านั้น เป็นเรื่องที่สาว ๆ ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

บทความแนะนำ :: Soccerballth

4 วิธีง่ายๆ ช่วยหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม แม้ทำงานที่บ้าน

4 วิธีง่ายๆ ช่วยหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม แม้ทำงานที่บ้าน

4 วิธีง่ายๆ ช่วยหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม แม้ทำงานที่บ้าน

4 วิธีง่ายๆ ช่วยหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม แม้ทำงานที่บ้าน ในช่วงที่สถานการณ์บ้านเมือง ต้องเจอกับโรคระบาดอย่าง Covid-19 ทำให้หลายคนต้องกักตัวอยู่บ้าน และทำงานแบบ Work From Home กันมากขึ้น เพื่อป้องกันตัวเองจากโรคภัย แต่สิ่งที่ตามมากลับเป็นน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น โดยสาเหตุก็มาจากการกินและการนอนที่มากกว่าปกติ สำหรับใครที่ไม่อยากปล่อยให้หุ่นของตัวเองค่อยๆ พังลงไป วันนี้เรามีเคล็ดลับเพื่อสุขภาพที่ดีมาฝากกัน ไปดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ

ง่ายๆ ช่วยหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม แม้ทำงานที่บ้าน

1.เปลี่ยนที่พัก เป็นที่ทำงาน

เมื่ออยู่บ้านคุณจะรู้สึกขี้เกียจเป็นสองเท่า และส่งผลให้คุณกินและนอนมากกว่าเดิม ดังนั้นจงเปลี่ยนห้องนอนของคุณให้เป็นที่ทำงาน ด้วยการจัดสถานที่สำหรับทำงาน อีกทั้งคุณควรอาบน้ำแต่งตัวให้เหมือนไปทำงานจริง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน นอกจากนี้ควรกินข้าวให้เป็นเวลา และอย่าลืมทานมื้อเช้า เพราะเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด

ตื่นและนอนให้เป็นเวลา

2.ตื่นและนอนให้เป็นเวลา

การทำงานที่บ้าน จะทำให้คุณรู้สึกว่า ฉันจะตื่นมาทำงานเมื่อไหร่ก็ได้ หรือคืนนี้จะนอนดึกเท่าไหร่ก็ได้ แต่ที่จริงแล้ว การที่คุณนอนดึกตื่นสาย จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง แถมคุณยังกินอาหารเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ยิ่งหากคุณนอนดึกร่างกายจะเกิดการเผาผลาญไขมันได้น้อย ทำให้อ้วนลงพุงอีกต่างหาก ทางที่ดีนอนพักผ่อนให้ครบ 7-8 ชั่วโมงดีที่สุด

ขยับตัวบ้างระหว่างวัน

3.ขยับตัวบ้างระหว่างวัน

หากคุณทำงานตลอดเวลาโดยที่ไม่ขยับร่างกายเลย หรือขยับทีหนึ่ง คือการลุกไปนอน จะยิ่งส่งผลให้คุณขี้เกียจมากขึ้นและงานที่กำลังทำอยู่อาจไม่สำเร็จลุล่วงได้ ดังนั้นลองลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย ขยับตัวเล็กน้อย หรือการบริหารเบาๆ จะช่วยเพิ่มความสดชื่นและพร้อมที่จะลุยงานต่อได้ ใครที่ไม่อยากกลายเป็นคนขี้เกียจ จงพักผ่อนให้เต็มที่และคิดเสมอว่าทุกงานที่ทำต้องสำเร็จ

ทำอาหารทานที่บ้าน

4.ทำอาหารทานที่บ้าน

สาเหตุหลักที่ทำให้หุ่นของแต่ละคนเริ่มพัง คืออาหาร เมื่อทำงานเราก็ต้องการอาหารที่มีความรวดเร็วและสามารถกินได้ทันที คนส่วนใหญ่จึงเลือกสั่งอาหารฟาดฟู้ดมากกว่าทำกินเอง เพราะอร่อยง่ายสะดวกด้วย แต่ที่จริงการที่คุณทำงานอยู่บ้าน ทำให้มีเวลามากขึ้น ลองเข้าครัวทำอาหารเอง จะช่วยให้คุณได้กินอาหารสุขภาพที่ทำให้คุณควบคุมน้ำหนักได้ง่าย อีกทั้งช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง พร้อมสู้โรคระบาด

สำหรับใครตอนนี้ที่กำลัง Work From Home และไม่อยากที่จะให้หุ่นต้องพังไปด้วยน้ำมือของตัวเอง ลองเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การดูแลตัวเอง และทำตาม 4 วิธีที่เราบอก จะช่วยให้คุณมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อีกทั้งหุ่นดีๆ ของคุณจะไม่โบกมือลาคุณไปอย่างแน่นอน

อาการนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย แก้ได้ด้วยโยคะ

ออกกำลังกายด้วยโยคะ เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของใครหลายๆ คน อยู่แน่ๆ โดยเฉพาะคนวัยทำงานไปจนถึงผู้สูงวัย ซึ่งการนอนไม่หลับหรือหลับๆ ตื่นๆ กลางดึกเป็นประจํา แน่นอนว่าทําให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลเสียงต่อสุขภาพได้ วันนี้เรามีท่าโยคะ หลับสบาย ผ่อนคลายก่อนนอน มาฝากกันค่ะ

บทความแนะนำ :: Soccerballth

วิธีดูแลผิวแพ้ง่าย แก้ปัญหาสิวและผิวบอบบางให้แข็งแรงอีกครั้ง

วิธีดูแลผิวแพ้ง่าย แก้ปัญหาสิวและผิวบอบบางให้แข็งแรงอีกครั้ง

วิธีดูแลผิวแพ้ง่าย แก้ปัญหาสิวและผิวบอบบางให้แข็งแรงอีกครั้ง

วิธีดูแลผิวแพ้ง่าย แก้ปัญหาสิวและผิวบอบบางให้แข็งแรงอีกครั้ง ผิวแพ้ง่าย หรือที่เรียกว่า Sensitive Skin คือภาวะที่ผิวของคนเรามีความไวต่อปัจจัยกระตุ้นต่างๆ จากสิ่งแวดล้อมได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นจากเครื่องสำอาง สารกันแดด ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เนื้อผ้า น้ำ รวมถึงสภาพอากาศ ซึ่งการดูแลผิวสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับผิวแพ้ง่าย ตลอดจนรักษาสิวและกู้ผิวบอบบางให้กลับมาแข็งแรงสามารถทำได้ดังนี้

ธีดูแลผิวแพ้ง่าย แก้ปัญหาสิวและผิวบอบบางให้แข็งแรงอีกครั้ง

ใช้น้ำอุณหภูมิปกติล้างหน้า

การล้างหน้าในแต่ละครั้งนั้น สาวๆ ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่ายควรใช้น้ำอุณหภูมิปกติ ไม่ควรใช้น้ำร้อนล้างหน้าเด็ดขาด เพราะจะทำให้ความสมดุลของผิวถูกล้างออกไปมากจนเกินไป ที่สำคัญควรล้างหน้าแค่วันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้าและตอนเย็นก็เพียงพอแล้ว

ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่าย

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ล้างหน้าหรือครีมบำรุง สาวๆ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการทดสอบจากแพทย์ผิวหนังแล้วว่ามีความอ่อนโยน และปราศจากน้ำหอม สารกันเสีย สารแต่งสี และกลิ่น ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแพ้ง่ายเกิดการระคายเคือง

หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า

สำหรับสาวๆ ที่มีผิวแพ้ง่าย ในกรณีที่มีสิวหรือผิวมีอาการระคายเคือง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหลีกเลี่ยงการแต่งหน้า เพื่อให้ผิวหน้าได้พักและสามารถเร่งการฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงได้เร็วยิ่งขึ้น

ทาครีมกันแดดทุกวัน

แน่นอนว่ารังสียูวีมีความสามารถในการกระตุ้นทำให้ผิวเกิดอาการอักเสบได้ง่าย ยิ่งกับผิวแพ้ง่ายจะยิ่งทำให้ผิวอักเสบได้ง่ายกว่ามาก อีกทั้งยังก่อให้เกิดสิวผดตามมาอีกด้วย ดังนั้นจึงควรทาครีมกันแดดทุกวัน ไม่ว่าจะออกไปข้างนอกหรือไม่ก็ตาม

ทาครีมกันแดดทุกวัน

กินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่

การกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่นั้น ก็เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน นอกจากนี้ควรเสริมด้วยอาหารที่ให้วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ หากสามารถลดปริมาณการกินอาหารประเภทแป้งได้ก็จะยิ่งดีต่อผิว

รักษาความสะอาดของใช้ส่วนตัว

การรักษาความสะอาดของใช้ส่วนตัวก็มีความสำคัญไม่แพ้ไปจากการรักษาความสะอาดผิวพรรณ โดยเฉพาะของใช้ที่มีโอกาสสัมผัสกับผิวบ่อยครั้ง จำเป็นจะต้องหมั่นทำความสะอาด เช่น ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน มือถือ เป็นต้น

เช็ดหน้าเบาๆ

ทุกครั้งหลังทำความสะอาดผิวหน้า สาวๆ ควรเช็ดหน้าแต่เพียงเบาๆ อาจจะใช้วิธีการซับหน้าอย่างเบามือ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเกิดการระคายเคือง ที่สำคัญห้ามแกะ บีบ เกา หรือแคะผิวหนังเด็ดขาด

หลีกเลี่ยงการรบกวนผิวหน้า

ทราบหรือไม่ว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีเม็ดสครับ รวมทั้งการขัดผิว พอกผิว ลอกผิว กรอผิว หรือทำเลเซอร์ผิว คือการรบกวนผิวหน้าอย่างมาก เพราะวิธีเหล่านี้จะไปกระตุ้นให้ผิวหน้าแพ้ง่ายกว่าเดิม อีกทั้งยังก่อให้เกิดการระคายเคืองมากขึ้นอีกด้วย

หลีกเลี่ยงการรบกวนผิวหน้า

ป้องกันไม่ให้ผิวแห้ง

เมื่อมีปัญหาผิวแพ้ง่าย สาวๆ จำเป็นที่จะต้องป้องกันไม่ให้ผิวแห้ง ดังนั้นจึงแนะนำให้ใช้ครีมบำรุงที่มีความอ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่ายบ่อยๆ และสำหรับสาวๆ ที่มีผิวแห้งมาก แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเป็นน้ำมันเคลือบผิว ซึ่งควรทาหลังอาบน้ำและซับผิวภายในระยะเวลาประมาณ 5 นาที เพื่อปกคลุมผิวในช่วงที่ผิวยังคงชุ่มชื้นอยู่

สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย สิ่งที่ควรใส่ใจมากเป็นพิเศษก็คือ การทำความสะอาดผิวหน้าและของใช้ส่วนตัวที่มีโอกาสสัมผัสกับผิว ตามด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนต่อผิว และพยายามหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่างๆ ที่เป็นการรบกวนผิว เพียงแค่นี้ก็ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวแพ้ง่ายเผชิญกับปัญหาสิวหรือผิวบอบบางได้แล้ว

HOW TO ดูแลให้ผิวกระจ่างใส ผิวสวยอย่างปลอดภัย

วิธีดูแลให้ผิวกระจ่างใส ผิวสวยอย่างปลอดภัย เพราะว่าการมีผิวที่กระจ่างใส เรียบเนียนแลดูสุขภาพดี ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างบุคลิกภาพที่ดี ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการดูแลตัวเองได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว ยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองในทุกสถานการณ์

พฤติกรรมที่ทำให้ผมร่วง ผมบาง อย่างไม่รู้ตัว

พฤติกรรมที่ทำให้ผมร่วงผมบาง ปัญหาผมร่วงผมบางมักทำให้สาวๆ สูญเสียความมั่นใจลงไปเยอะมาก และเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้ยังคงเป็นเรื่องคาใจสำหรับสาวๆ ว่าเกิดจากสาเหตุใด มาลองเช็คพฤติกรรมที่ส่งผลให้เกิดปัญหาผมร่วงและผมบางกันดีกว่าค่ะ

ขันทิเบต คลื่นเสียงบำบัด เพื่อการผ่อนคลายจิตใจ

ขันทิเบต คลื่นเสียงบำบัด เพื่อการผ่อนคลายจิตใจ

ขันทิเบต คลื่นเสียงบำบัด เพื่อการผ่อนคลายจิตใจ

ขันทิเบต คลื่นเสียงบำบัด เพื่อการผ่อนคลายจิตใจ การใช้คลื่นเสียงบำบัด เป็นศาสตร์การแพทย์ทางเลือกที่ได้รับความนิยมกันมาอย่างยาวนาน เพื่อเชื่อกันว่าคลื่นเสียงเหล่านี้จะสามารถช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายและสงบได้มากขึ้น วันนี้เราเลยนำเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ขันทิเบต หนึ่งในอุปกรณ์สำหรับการทำคลื่นเสียงบำบัด มาฝากทุกคนกันค่ะ

ขันทิเบต คลื่นเสียงบำบัด เพื่อการผ่อนคลายจิตใจ

ขันทิเบต คืออะไร

ขันทิเบต (Tibetan Singing Bowls) หมายถึงขันที่ทำขึ้นจากเหล็กผสมทองเหลือง มีเสียงก้องกังวาล เมื่อใช้ไม้ถูวนรอบ ๆ เป็นขันที่พระสงฆ์ในทิเบตใช้เพื่อทำสมาธิประกอบพิธีการสวดมนต์ เพราะเชื่อว่าคลื่นเสียงของขันทิเบตนี้จะช่วยทำให้ผู้ฟังรู้สึกสงบใจได้เร็วขึ้น

ในปัจจุบันขันทิเบตได้ถูกนำมาใช้ในแพทย์ทางเลือก อย่าง คลื่นเสียงบำบัดจากขันทิเบต (Singing Bowl Therapy) เพื่อจุดประสงค์ทางการแพทย์ต่าง ๆ เช่น

  • ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
  • ช่วยบรรเทาอาการปวด
  • ช่วยในการนอนหลับ
  • ช่วยบรรเทาความรู้สึกโศกเศร้า
  • ช่วยปรับอารมณ์ ทำให้รู้สึกสงบ
  • ช่วยปรับจังหวะการหายใจ
  • ช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้น

การใช้เสียงบำบัดนั้นเป็นการแพทย์ทางเลือกที่มีมาตั้งแต่โบราณ และใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งในพิธีกรรมทางศาสนา หรืองานประเพณีต่าง ๆ นอกจากนี้ยังอาจนำมาใช้ร่วมกับการออกกำลังกายบางชนิด เช่น การใช้ขันทิเบตเพื่อช่วยกำหนดลมหายใจในระหว่างการเล่นโยคะ เป็นต้น

งานวิจัยพบอะไรเกี่ยวกับการใช้ขันทิเบต

งานวิจัยพบอะไรเกี่ยวกับการใช้ขันทิเบต

แม้ว่าจะมีการใช้ขันทิเบตกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่โบราณ แต่งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผลทางวิทยาศาสตร์ของการใช้ขันทิเบตนั้นยังคงมีค่อนข้างน้อย

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่เผยแพร่ในวารสาร Research in Complementary Medicine จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ได้ทำการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างที่มีปัญหาเกี่ยวกับอาการปวดเรื้อรังเนื่องจากกระดูกสันหลังกว่า 54 ราย โดยได้แบ่งกลุ่มตัวอย่าง ให้กลุ่มหนึ่งเข้ารับการทำคลื่นบำบัดโดยใช้ขันทิเบต กลุ่มหนึ่งทำการรักษาด้วยยาหลอก และอีกกลุ่มหนึ่งไม่ได้รับการรักษาใด ๆ เลย

งานวิจัยนั้นพบว่า กลุ่มที่เข้ารับการรักษาด้วยการใช้ขันทิเบตนั้น รู้สึกว่าอาการปวดของตัวเองลดลง เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษาใด ๆ เลย แต่อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ทำการรักษาด้วยยาหลอกนั้นก็ได้ผลคล้ายคลึงกับกลุ่มที่ทำการรักษาด้วยขันทิเบตเช่นกัน จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการใช้ขันทิเบตนั้นสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดได้จริงหรือไม่

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งงานวิจัย ที่ได้ทำการศึกษาผลของการใช้ขันทิเบตเพื่อช่วยบรรเทาความวิตกกังวล ช่วยปรับอารมณ์ และช่วยบรรเทาอาการปวดทางกาย ผลการวิจัยนั้นพบว่า การใช้ขันทิเบตอาจสามารถช่วยทำให้กลุ่มผู้ทดลองมีอารมณ์ที่ดีขึ้น และมีความรู้สึกโดยรวมดีขึ้นได้ แต่ก็ยังจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อศึกษาเกี่ยวกับผลของการใช้ขันทิเบตให้ลึกยิ่งขึ้น

ข้อควรคำนึงในการใช้ขันทิเบต

ข้อควรคำนึงในการใช้ขันทิเบต

แม้ว่าในปัจจุบันอาจจะยังไม่มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นถึงอันตรายของการใช้ขันทิเบตอย่างชัดเจน แต่ก็ยังมีปัจจัยบางอย่างที่เราควรคำนึงก่อนการตัดสินใจเลือกใช้ขันทิเบต นั่นก็คือ

ไม่ควรใช้เพื่อรักษาโรค

การใช้ขันทิเบตเพื่อหวังผลในการช่วยสงบจิตใจนั้นอาจจะไม่มีปัญหาอะไร แต่หากคุณคาดหวังผลในการรักษา เช่น ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด หรือช่วยบรรเทาอาการปวดต่าง ๆ การใช้ขันทิเบตอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เพราะในปัจจุบันยังไม่มีผลการวิจัยที่สามารถพิสูจน์ได้เลยว่า การใช้ขันทิเบตนั้นสามารถช่วยบรรเทาอาการปวด หรือมีผลทางกายภาพได้จริงหรือไม่ หากคุณต้องการที่จะใช้บันทิเบตเพื่อการรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์และหาทางเลือกอื่นน่าจะดีกว่า

อาจจะไม่เหมาะกับบางคน

ใช่ว่าทุกคนจะสามารถใช้ขันทิเบตเพื่อช่วยให้รู้สึกสงบใจได้เสมอไป เพราะผลของคลื่นเสียงจากขันทิเบต อาจส่งผลแตกต่างกันออกไปตามแต่ละคน บางคนที่ได้ยินเสียงจากขันทิเบต อาจจะรู้สึกรำคาญ หงุดหงิด อารมณ์ฉุนเฉียว หรืออาจทำให้ปวดหัวได้เมื่อฟังไปนาน ๆ หากคุณลองใช้ขันทิเบตดูแล้วพบว่าไม่ชอบ หรือรู้สึกแย่มากกว่าเดิม ควรหลีกเลี่ยงการใช้ขันทิเบตจะดีกว่า

9 วิธีดูแลสุขภาพจิต เพื่อชีวิตให้มีความสุข

วิธีดูแลสุขภาพจิต เพื่อชีวิตให้มีความสุข สุขภาพจิตมีผลต่อความรู้สึก ความคิด และการตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเรา หากเรามีสุขภาพจิตที่ดี เราก็จะสามารจัดการ กับปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนเราได้เป็นอย่างดี

สัญญาณเตือนของร่ายกาย บ่งบอกว่าคุณเครียดเกินไปแล้ว

สัญญาณเตือนความเครียด ความเครียด ไม่ได้ส่งผลต่อเรื่องของจิตใจเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่อปัญหาสุขภาพกายมากมาย ที่คาดไม่ถึงมาก่อนด้วย ความเครียด ไม่ได้ส่งผลต่อเรื่องของจิตใจเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่อปัญหาสุขภาพกายมากมายที่คาดไม่ถึงมาก่อนด้วย