คลังเก็บผู้เขียน: Angkana

10 วิธีออกกำลังกายสบายๆ สำหรับคนขี้เกียจ

10 วิธีออกกำลังกายสบายๆ สำหรับคนขี้เกียจ

สุขภาพนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่ทุกๆ คนควรดูแล ไม่ว่าคุณจะเป็นหญิงหรือชายต่างก็ต้องใส่ใจสุขภาพ เพราะถ้าหากคุณไม่ใส่ใจสุขภาพเลยแม้แต่นิด ต้องระวังเอาไว้เมื่อโรคภัยตามมา วันนี้เราจึงมาแนะนำ 10 วิธีออกกำลังกายสบายๆ สำหรับคนขี้เกียจ ถ้าหากคุณคิดว่าเป็นคนขี้เกียจอยู่ล่ะก็ ไปลุยด้วยกันเลย

10 วิธีออกกำลังกายสำหรับคนขี้เกียจ

 เมื่อคุณรู้ว่าตัวเองเป็นคนที่ขี้เกียจที่เข้ามาอ่านข้อมูลนี้ก็แสดงว่า คุณยังมีความห่วงใยในสุขภาพอยู่ ดังนั้นเราจะพาคุณไปรักษาสุขภาพเล็กๆ น้อยๆ จากการออกกำลังกายสบายๆ ไม่ต้องออกไปวิ่งหรือทำกิจกรรมนอกบ้านก็สามารถทำได้ ซึ่งเราได้นำเอา 10 วิธีออกกำลังกายมาแนะนำดังนี้

1. บีบลูกบอลบริหารมือ

 หากคุณเป็นคนที่ขี้เกียจมากๆ ไม่อยากลุกไปไหน การบีบลูกบอกบริหารกล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างมือนั้นเป็นสิ่งที่เหมาะกับคุณมากที่สุด โดยการบีบบอลจะช่วยให้กล้ามเนื้อมัดเล็กของมือได้ทำงาน ช่วยให้ลดปัญหาปลายประสาทอักเสบได้เป็นอย่างดี ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดอาการนิ้วล็อค พร้อมทั้งเสริมสร้างกล้ามเนื้อแขนในส่วนของโฟร์อาร์มได้อีกด้วย โดยการบีบบอลหรือกำบอลสามารถทำได้ตลอดเวลา ไม่ว่าคุณจะไถมือถืออยู่ คุณก็ใช้มืออีกข้างกำบอลไป แล้วสลับกันบีบไปเรื่อย ๆ โดยทำอย่างต่ำวันละ 30 นาทีขึ้นไป ก็ช่วยให้กล้ามเนื้อแขนโฟร์อาร์มและมือมีความแข็งแรงได้

บีบลูกบอลบริหารมือ

2. นั่งสั่นขา

การนั่งสั่นขาทำได้ง่ายมากๆ ไม่ว่าคุณจะนั่งอยู่ไหนก็สามารถสั่นขาได้ โดยการสั่นขาจะช่วยให้เซลล์กล้ามเนื้อมีการมูฟเม้น ทำให้มีการเผาผลาญพลังงาน พร้อมกับกระตุ้นการทำงานส่วนของขา จับการสัมผัสต่างๆ ได้ดี นอกเหนือจากนั้นก็ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี ทำให้ไม่พบกับปัญหาปลายเท้าชา เพราะเลือดลงไปเลี้ยงได้ไม่เพียงพอ ช่วยลดอาการอุดตันของไขมันในเส้นเลือด สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย ทำได้ทุกเวลา

3. ยืนแกว่งแขน

เป็นการออกกำลังกายที่ดีสำหรับคนขี้เกียจโดยเฉพาะ คุณสามารถดูหนังดูทีวีไปพร้อมๆ กับการยืนแกว่งแขนเพื่อเผาผลาญพลังงานได้ การแกว่งแขนช่วยให้กล้ามเนื้อหัวไหล่ ต้นแขน และกล้ามเนื้ออกช่วงบนได้ทำงาน ช่วยให้เผาผลาญพลังงานส่วนเกินได้ พร้อมๆ กับการพัฒนากล้ามเนื้อในส่วนนี้ และช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีมากยิ่งขึ้น ต้นแขนกระชับ ไหล่ผึ่ง อกผาย เป็นทางออกที่ดีสำหรับคนขี้เกียจแต่รักสุขภาพ โดยทำเป็นเวลาติดต่อกันนานกว่า 30 นาทีขึ้นไป

ยืนแกว่งแขน

4. ยกแขน หรือท่า Curl

โดยท่านี้ปกติคนที่ออกกำลังกายตามยิมจะเป็นการใช้ดัมเบล หรือบาร์เบล แต่สำหรับคุณนั้นสามารถใช้อะไรก็ได้ที่สามารถหยิบจับได้ใกล้ตัว เช่น ขวดน้ำ เอามายกบริหารกล้ามเนื้อแขน โดยคุณมามารถยกไปเล่นมือถือไปได้ สบายๆ สลับแขนยกไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเหนื่อยหรือล้า เพียงแค่นี้แขนของคุณก็จะกระชับ แข็งแรงได้

ยกแขน หรือท่า Curl

5. ยืนเหยียดเท้า

เป็นท่าที่ช่วยบริหารกล้ามเนื้อน่องสำหรับคนขี้เกียจได้เป็นอย่างดี เพราะทำง่าย ทำที่ไหนก็ได้ในบ้าน เพียงแค่ยืนขี้น ขาตรงหลังไม่งอ แล้วทำการใช้ปลายเท้ากดไปที่พื้นแล้วยกส้นเท้าขึ้น ค้างไว้ 1-2 วินาที แล้วก็ทำไปเรื่อย ๆ ทำไปดูหนังไป ทำไปเล่นมือถือไปก็ยังได้ ง่ายๆ แค่นี้ ใครก็ทำได้ ดังนั้นคุณก็ต้องลุกขึ้นมาทำได้แล้ว แล้วคุณจะไม่ประสบปัญหาตะคริวกินขาอีกต่อไปในเมื่อน่องของคุณแข็งแรงมากพอ

6. หมุนไหล่

คุณสามารถยืนดูทีวี ดูหนังไปพร้อมๆ กับการหมุนไหล่ได้ ดังนั้นท่านี้มันเวิร์คมากๆ สำหรับคุณ การหมุนไหล่ช่วยในการบริหารกล้ามเนื้อหัวไหล่ให้ทำงานได้ดีขึ้น พร้อมกับข้อต่อบริเวณหัวไหลได้ยืด ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ และทำให้ไหล่กระชับ ไม่ปวดไหล่

หมุนไหล่

7. การเดิน

คุณสามารถเดินไปที่ไหนก็ได้ จะในหรือนอกบ้านก็ดี สามารถเล่นมือถือไปด้วยได้แต่คุณก็ต้องระมัดระวังจะเตะอะไรเข้า ทำให้คุณบาดเจ็บได้ เดินวนในบ้าน หรือเดินวนรอบบ้านก็ช่วยให้ร่างกายของคุณเผาผลาญพลังงานได้ดี ช่วยลดโอกาศการเกิดไขมันอุดตันเส้นเลือด รวมไปถึงช่วยคลายเครียดด้วย

8. นอนยกก้น

การนอนราบกับพื้น ชันเข่าขึ้นแล้วดันก้นขึ้นมาให้สูงจากพื้นพอสมควร ค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที เป็นท่าที่ช่วยบริหารกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกและต้นขาได้ดี ทำให้ต้นขาและสะโพกกระชับ ทำง่ายๆ ทำได้ทุกที่ ทำไปดูหนังไปก็ยังได้ นอกจากนั้นท่านี้ยังช่วยลดอาการปวดหลังได้ดีอีกด้วย

9. หมุนคอ

บริหารกล้ามเนื้อต้นคอด้วยการหมุนคอ สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลาจริงๆ กับท่านี้ ในจะช่วยให้คุณไม่ปวดคอเมื่อนั่งนานๆ หรือนอนนานๆ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณต้นคอได้ทำงาน และบริหารข้อต่อกระดูกต้นคอได้เป็นอย่างดี ทำตอนที่มีอาหารปวดเมื่อย หรือตอนที่ว่างๆ ก็ยังทำได้ ดังนั้นแล้วท่านี้ควนทำเป็นประจำ

10. ยกปลายเท้า

ปิดท้านท่าง่ายๆ กับการยกปลายเท้า ที่จะช่วยบริหารหล้ามเนื้อหน้าขา และหลังเท้าได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงการยืดคลายของเส้นเอ็น โดยท่านี้มีส่วนช่วยในการลดอาหารเท้าชาได้ เพราะจะทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น โดยการนั่งบนเก้าอี้หย่อนเท้าลงไปที่พื้น เท้าราบติดพื้น แล้วทำการยกปลายเท้าขึ้นจนสุดและรู้สึกตึงบริเวณหน้าแข้ง โดยให้ส้นเท้าติดพื้นเอาไว้ไม่ยกตาม ยกค้าง 1-3 วินาที ทำไปเรื่อย ๆ 20-30 นาทีขึ้นไป เพียงแค่นี้ปัญหาเท้าชาก็จะหมดไป

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 10 วิธีออกกำลังกายสบายๆ สำหรับคนขี้เกียจ ที่เราได้เอามาแนะนำกันในครั้งนี้ ซึ่งเราก็คาดว่ามันจะเป็นประโยชน์กับพวกคุณ หากคุณเป็นคนที่ขี้เกียจไปออกกำลังกายนอกบ้าน และเป็นคนขี้เกียจมากๆ เราก็คิดว่าการออกกำลังกายเหล่านี้จะช่วยคุณได้เป็นอย่างดี หากใครที่กำลังมองหา วิธีช่วยให้หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม เรามีบทความดีๆ มาแนะนำกับ 4 วิธีง่ายๆ ช่วยหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม แม้ทำงานที่บ้าน

ทิ้งท้าย

บทความต่อไป ขอเอาใจคนรักสัตว์โดยเฉพาะน้องหมา แต่ไม่สามารถที่จะนำน้องมาเลี้ยงเองที่บ้านได้ เพราะติดปัญหาเรื่องมีเวลาดูแลไม่มากพอ และปัญหาอื่น ๆ แต่เพื่อน ๆ ไม่ต้องเป็นห่วงไปค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้โลกของเรานั้น มีคาเฟ่สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง ให้เพื่อน ๆ เดินทางไปให้อาหารน้องหมาน้องแมว ตลอดจนสัตว์รูปแบบอื่น ๆ มากมาย ซึ่งเราจะแนะนำ 5 คาเฟ่น้องหมา ถูกใจคนรักสัตว์แน่นอน ให้เพื่อน  ๆ ได้สัมผัสและเต็มอิ่มกับน้องหมาสายพันธุ์ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่เช่นกัน ส่วนจะมีที่ไหนบ้าง ตามไปดูพร้อมกันเลย

6 จุดเช็คอินหน้าหนาว ท่ามกลางหมอกเชียงใหม่

6 จุดเช็คอินหน้าหนาว ท่ามกลางหมอกเชียงใหม่

หน้าหนาวของปี 2021 ใกล้เข้ามาเยือนเราทุกทีแล้ว ซึ่งไฮไลท์ของการเที่ยวหน้าหนาวที่หลายคนนึกถึง คงจะหนีไม่พ้น “จังหวัดเชียงใหม่” ที่เต็มไปด้วยวิวทิวทัศน์อันงดงาม ทั้งดอกไม้ ทั้งสายหมอก และอากาศแสนจะบริสุทธิ์แน่นอน บทความเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของ soccerballth ในวันนี้ จึงมี 6 จุดเช็คอินหน้าหนาว ท่ามกลางหมอกเชียงใหม่ มาแนะนำรับรองว่าแต่ละที่ จะทำให้ท่านฟินและอินกับบรรยากาศของเชียงใหม่ได้เป็นอย่างดีแน่นอน ส่วนจะมีที่ไหนน่าตามไปเช็คอินบ้าง เตรียมกระดาษปากกามาจดลงลิสต์ไปพร้อมกันเลยค่ะ

6 จุดเช็คอินหน้าหนาว จังหวัดเชียงใหม่

1. I love flower farm

I love flower farm

แน่นอนว่าไฮไลท์อันดับ 1 ต้องเป็นการถ่ายภาพสวย ๆ ท่ามกลางดอกไม้นับพันต้น ในสวนสุดอลังการที่ชื่อว่า I love flower farm ที่เหล่าดาราและเซเล็ปทั้งหลาย ต้องเดินทางไปถ่ายทุก ๆ ปี นี่คือสวนดอกไม้มาแรงแห่งปี ที่กำลังโด่งดังสุด ๆ ในเชียงใหม่ มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมามากมาย ด้วยความที่เป็นทุ่งดอกไม้ใหญ่ ในแต่ละปีจะมีดอกไม้เมืองหนาวออกจนบานสะพรั่ง สถานที่นี้ตั้งอยู่ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อที่กว้าง 8 ไร่ ให้เราได้วิ่งเล่น หามุมถ่ายรูปกับไร่ดอกไม้แบบไม่มีเบื่อ สาว ๆ ถูกใจสิ่งนี้แน่นอน เตรียมชุดจัดเต็มมารอได้เลย ที่นี่จะปลูกดอกคัตเตอร์สีขาวดอกลาเวนเดอร์สีม่วงสดใส และดอกมาร์กาเร็ต สีม่วง ถ้าช่วงไหนมีดอกไม้ชนิดอื่น ๆ ก็สามารถเข้าชมได้ทั่ว ในราคา 70 บาท แต่จำกัดคนเข้า 200 คน ต่อวันเท่านั้นนะคะ ซึ่งสวนจะเปิดเวลา 09.00 -18.00 น ของทุกวันค่ะ

2. สวนสนบ่อแก้ว

สวนสนบ่อแก้ว

ยังคงเอาใจสายถ่ายภาพกันต่อเนื่องกับ สวนสนบ่อแก้ว ที่ตั้งอยู่ในอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ นี่เป็นจุดแวะพักรถที่นักท่องเที่ยวหลายคนเลือกที่จะมาเยือน และขับรถเลยขึ้นไปเที่ยวที่อื่น ๆ ซึ่งบรรยากาศที่นี่จะมีต้นสนเรียงทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เหมือนอยู่ที่เกาะนามิ ประเทศเกาหลียังไงยังงั้นเลยค่ะ บริเวณโดยรอบจะมีวิวสวยแบบธรรมชาติ ที่ใครเห็นก็เป็นอันต้องแวะถ่ายรูปทั้งนั้น ที่สำคัญสถานที่แห่งนี้ ยังมักถูกเลือกเป็นจุดถ่ายพรีเวดดิ้งด้วยนะคะ

3. เขื่อนแม่งัด

เขื่อนแม่งัด

มาต่อกันที่ เขื่อนแม่งัด อีกที่เที่ยวยอดนิยมของคนเชียงใหม่กันค่ะ สำหรับใครที่ชื่นชอบการเที่ยวแบบธรรมชาติ อยากนอนกางเต็นท์สูดอากาศบริสุทธิ์ ต้องลองมาที่เขื่อนแม่งัด หรือชื่อเต็ม ๆ คือเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล สถานที่ท่องเที่ยวนี้ อยู่ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเขื่อนที่สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ มีบริการให้ล่องเรือ นอนแพ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจของสายชิลไปแล้ว สำหรับใครที่ชื่นชอบการถ่ายรูป และอยากชมวิวภูเขา สามารถเหมาเรือ ให้ขับพาเที่ยวล่องเขื่อนได้ นอกจากนี้ยังมีที่พักเป็นเรือนแพ ให้นอนค้างคืนในนราคาย่อมเยาว์ด้วยนะคะ

4. สวนน้ำแกรนด์แคนยอนเชียงใหม่

สวนน้ำแกรนด์แคนยอนเชียงใหม่

อีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญ ในการถ่ายภาพสไตล์มินิมอลสุดอาร์ตในจังหวัดเชียงใหม่ ต้องยกให้สวนน้ำแกรนด์แคนยอนเชียงใหม่เลยค่ะ นี่เป็นที่เที่ยวโดนใจเหล่านักผจญภัย และผู้ที่ชื่นชอบทำกิจกรรมท้าทาย โดยแกรนด์แคนยอนที่นี่มีลักษณะคล้ายหน้าผาเหมือนแกรนด์แคนยอนในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเกิดจากการเซาะของน้ำตามธรรมชาติ ด้วยหน้าผาโขดหินที่สูง เป็นมุมไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวจะโดดน้ำเล่นกันตรงจุดนี้ แต่ถ้าใครอยากมาถ่ายรูปสวยๆเดินชมบรรยากาศก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ทำหลากหลาย ทั้งพายเรือคายัค เล่นซิปไลน์ และนั่งแพ นอนอาบแดดในแกรนด์แคนยอนด้วยนะคะ

5. เมืองคอง เชียงดาว

เมืองคอง เชียงดาว

สถานที่เช็คอินแห่งต่อมา จะพาขึ้นเหนือตัวเมืองเชียงใหม่ไปไกลสัดหน่อย ซึ่งสถานที่ดังกล่าวมีชื่อว่าเมืองคอง เชียงดาว นี่เป็นตำบลหนึ่งที่มีชื่อว่า “เมืองคอง ” อยู่ในอำเภอเชียงดาว เป็นเส้นทางเดียวกันกับที่นักท่องเที่ยวจะขึ้นไปนอนชมวิวบนดอยหลวงเชียงดาว ที่นี่มีวิวทุ่งนาสวย และมีโฮมสเตย์ให้เลือกพักเยอะมาก ตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้า จะได้ชมวิวสวย ๆ มีหมอกลงเบา ๆ โฮมสเตย์ที่น่าสนใจ มี อ้ายด่องโฮมสเตย์ , วันใหม่ฟาร์มสเตย์ ,บ้านวังริมคอง , บ้านเพราะรักโฮมสเตย์ และบ้านไม้เมืองคอง โฮมสเตย์ แต่ละที่จะมีที่นอนเป็นบ้านแต่ละหลังให้เข้าพัก อยู่ละแวกใกล้เคียงกัน หากได้ลองเข้าไปพัก รับรองจะต้องติดใจจนอยากกลับไปอีกครั้งแน่นอน

6. ไร่ชาลุงเดช

ไร่ชาลุงเดช

ปิดท้ายจุดเช็คอินกันที่ไร่ชาลุงเดชค่ะ ช่วงที่อากาศหนาวจะมีอะไรดีไปว่าการได้นั่งจิบชาอุ่น กับสายหมอกขาวที่พาดผ่านไร่ชาเขียวขจีว่าไหมคะ โดยไร่ชาลุงเดช อยู่ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่  เดินทางสะดวก มาเที่ยวแบบวันเดย์ทริปได้ หรือใครอยากจะนอนค้างคืน เพื่อจะตื่นมาชมหมอกก็มีห้องพักบริการ ในราคาเพียง 500 บาท นอกจากนี้ยังเดินเล่นในไร่ชา หามุมถ่ายรูปปได้อย่างไม่มีเบื่อ มีร้านอาหารและร้านกาแฟเล็ก ๆ ไว้รอต้อนรับด้วยนะคะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ กับ 6 จุดเช็คอินหน้าหนาว ท่ามกลางหมอกเชียงใหม่ ที่เรานำมาเป็นท็อปลิสต์ ให้ทุกคนได้เลือกตามไปเช็คอินกันในวันนี้ บอกเลยว่าแต่ละที่ล้วนมีไฮไลท์ต่างกัน ฉะนั้น หากมีโอกาสไปเชียงใหม่ ต้องหาเวลาเดินทางไปเยือนให้ได้นะคะ

สำหรับสายกิน ห้ามพลาดกับบทความนี้ แนะนำ 10 เมนูอาหารต้องลองในปี 2021

5 เมนูเกาหลี ที่คนไปเที่ยวต้องได้ลองกิน

5 เมนูเกาหลี ที่คนไปเที่ยวต้องได้ลองกิน

5 เมนูเกาหลี ที่คนไปเที่ยวต้องได้ลองกิน เดี๋ยวนี้ถ้าถามว่าอาหารประเทศไหนกำลังมาแรงสุด ๆ คงจะต้องตอบว่าหนีไม่พ้นอาหารเกาหลีแน่นอน โดยสังเกตุได้จากร้านอาหารทั้งอาราคาส และบุฟเฟ่ต์ต่างก็เปิดเป็นร้ายอาหารสไตล์เกาหลีทั้งนั้น บทความเกี่ยวกับอาหารในวันนี้ จึงจะขอนำเสนอเมนูเกาหลีสุดเด็ด ทั้งหมด 5 เมนู ที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาดไปลองชิมเด็ดขาด! ส่วนจะมีเมนูไหนบ้าง ตามไปดูพร้อมกันได้เลย!

5 เมนู ไปเที่ยวเกาหลีต้องลอง

1. ปิ้งย่างเกาหลี

ปิ้งย่างเกาหลี

แน่นอนว่าอาหารอย่างแรกที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ก็คือปิ้งย่างเกาหลี เพราะนี่ถือเป็นจุกกำเนิด ที่ทำให้อาหารเกาหลีเป็นที่นิยมไปทั่วโลกก็ว่าได้ ฉะนั้น เมื่อมาเที่ยวเกาหลีทั้งที จะพลาดอาหารประเภทปิ้งย่างได้อย่างไร ร้านปิ้งย่างในเกาหลี มีให้เลือกหลากหลายมาก ๆ เลยค่ะ โดยจะมีทั้งในส่วนที่เป็นบุฟเฟ่ต์ทานเท่าไหร่ก็ได้ตามเวลาที่กำหนด และแบบที่เป็นอาลาคาสคือสั่งมาทานเป็นกรัม ซึ่งร้านปิ้งย่างที่นี่มีทั้งหมูและเนื้อชอบกินเนื้อสัตว์แบบไหนก็เลือกได้เลย นอกจากนี้ที่ร้านปิ้งย่างเกาหลี ยังมีเมนูอาหารอื่น ๆ ให้ได้เลือกอร่อยหลายอย่าง ซึ่งรับรองว่าถูกปากเหล่านักท่องเที่ยว จนต้องกลับไปกินซ้ำแน่นอน

2. ขาหมูพะโล้

ขาหมูพะโล้

เมนูนี้หลายคนอาจจะไม่คุ้นสักเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับเมนูหมูย่างแรกที่เราแนะนำไป แต่ขอบอกเลยว่าเมนูขาหมูพะโล้ของเกาหลีเด็ดอย่างบอกใครเลยค่ะ ฉะนั้น ใครยังไม่รู้ก็ได้รู้ตอนนี้เลยว่า ที่เกาหลีขาหมูพะโล้ก็อร่อยนะ เราได้ลองกินแล้วขาหมูที่เกาหลีอร่อยไม่แพ้ที่ไทยเลย แต่ที่ไทยจะมีน้ำ ๆ เยอะหน่อย

และเครื่องเคียงบ้านเราจะเป็นน้ำจิ้มเปรี้ยว ๆ แต่ที่เกาหลีจะเสิร์ฟมาแบบไม่ซุป มาพร้อมพร้อมกับน้ำจิ้มบ้านเขาก็คนละแบบกับเรา มีกระเทียม พริก มาพร้อมที่ตัวขาหมู เนื้อนุ่ม ๆ ซึ่งกินง่ายมาก ๆ กินเปล่าก็อร่อยหรือจะกินกับข้าวเกาหลีก็พอได้เหมือนกัน ดังนั้น นี่จึงเป็นอีกเมนูหนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาดชิมเด็ดขาดค่ะ

3. ปูดองซีอิ๊ว

ปูดองซีอิ๊ว

เดี๋ยวนี้ซีรีส์เกาหลี ตลอดจนวาไรตี้ต่าง ๆ มีการนำเสนอเรื่องราวของอาหารมากยิ่งขึ้น และหนึ่งในเมนูที่เราคุ้นตาผ่านหน้าจอเหลือเกิน ก็คือเมนูปูดองซีอิ๊ว นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเมนูฮิตของเกาหลีที่ห้ามพลาด ถึงแม้ว่าในเมืองไทยจะเปิดขายหลายร้านมากแล้ว เชื่อว่าหลายคนต้องเคยได้ลิ้มรสอรร่อยกันบ้างแล้ว แต่ว่าถ้าได้ไปเที่ยวเกาหลีแล้วได้กินถึงถิ่นคือ  รับรองว่าฟินกว่าแน่นอนค่ะ ส่วนใหญ่แล้วปูที่นี่เขาใช้ปูม้า ซึ่งที่ไทยก็ใช้ปูม้าเช่นกัน จากนั้นก็หมักกับซีอิ๊ว แต่บางร้านก็จะมีสูตรหมักกับโคชูจังด้วย ในเกาหลีมีร้านปูดองให้เลือกอร่อยหลายร้านให้ลองชิมเลย ซึ่งถ้าได้ไปกินอย่าลืมกินคู่กับเครื่องเคียงอย่างไข่ตุ๋นด้วยนะ เข้ากันสุด ๆ จนต้องเบิ้ลปูหลาย ๆ ตัวแน่นอนค่ะ ฉะนั้น หากมีโอกาสเดินทางไปเกาหลีครั้งหน้า ต้อมห้ามพลาดชิมเมนูนี้เด็ดขาดนะคะ

4. ซุนแด

ซุนแด

มาต่อกันที่เมนูซุนแด หรือที่มีชื่อเรียกแบบไหย ๆ ว่าไส้กรอกเลือด ฟังชื่อตอนแรกหลายคนอาจจะคิดว่ามันไม่น่ากิน แต่เอาเข้าจริงแล้วเมนูนี้นับว่าเด็ดสุด ๆ เลยค่ะ โดยเฉพาะใครที่เป็นแฟนคลับซีรีส์เกาหลี คงจะต้องคุ้นเคยกับเมนูนี้แน่ ๆ เพราะเมนูซุนแดนี้ก็หาทานได้ไม่ยากอีกเช่นกัน โดยสามารถตามหาได้ตามร้านรถเข็นทั่ว ๆ ไป ตามตลาดฮงแด หรือเมียงดง ก็มีขายเช่นกันนะคะ ซึ่งเมนูนี้มักอยู่ร้านเดียวกันกับต๊อกบกกิ ราคาไม้ละ 2,000 วอนขึ้นไป หากได้ลองกินเพลิน ๆ อาจจะหมดไปหลายไม้โดยไม่รู้ตัว นอกจากซุนแดแล้ว ยังมีพวกไส้กรอกหมูทั่ว ๆ ไป ต๊อกเสียบไม้ รวมไปถึงพวกปลาแผ่นต่าง ๆ ก็มีขายด้วยเช่นกัน ดังนั้น ไปเกาหลีครั้งหน้า ห้ามพลาดเมนูนี้เด็ดขาดนะคะ

5. ไก่ทอดกับต๊อกคลุกซอส

ไก่ทอดกับต๊อกคลุกซอส

เมนูสุดท้ายที่อยากจะแนะนำให้นักท่องเที่ยว ที่เดินทางมุ่งหน้าสู่ประเทศเกาหลีใต้ ได้ลิ้มลองความอร่อยกลมกล่อม คือเมนูที่มีชื่อว่าไก่ทอดกับต๊อกคลุกซอส เอาจริง ๆ เมนูนี้ถือว่าฮิตไม่แพ้เมนูต๊อกบกกีเลย แถมยังเป็นอาหารที่หาทานได้ง่าย ๆ ตามรถเข็นข้างทาง ทั้งในย่านฮงแด อีแด มยองดง และอื่น ๆ เรียกได้ว่าพบเห็นมาคู่กับเมนูต๊อกบกกี และเมนูซุนแด ตลอดจนคิมบับเลยก็ว่าได้  ด้วยความกรอบของไก่ทอดคลุกกับซอสที่มีรสชาติหวานปนเผ็ดนิด ๆ และต๊อกที่ทำไว้แบบกรอบนอกนุ่มใน กินแล้วเพลินมาก ยิ่งกินตอนร้อน ๆ คือฟินที่สุด ใครชอบรสจัดเผ็ดสไตล์เกาหลีห้ามพลาดเมนูนี้เด็ดขาดนะคะ รับรองประทับใจจนต้องวนกลับมากินซ้ำแน่นอนค่ะ

และนี่คือ 5 เมนูเกาหลี ที่คนไปเที่ยวต้องได้ลองกิน รับรองว่าเราคัดมาแต่เมนูคุณภาพ พ่วงมาด้วยความอร่อยที่ถูกปากคนไทยแน่นอน เมนูบางอย่างเช่นซุนเด หรือไก่ทอดคลุกซอสนั้น มาในราคาแค่ 1,000 วอนต้น ๆ เท่านั้น แต่ให้ความอร่อยเทียบเท่าอาหารแพง ๆ แถมกินไม่กี่ไม้ก็อิ่มท้องตลอดทั้งวัน ฉะนั้น เมื่อเดินทางไปเกาหลี ต้องห้ามพลาด 1 ใน 5 เมนูนี้เด็ดขาดนะคะ สำหรับเมนูต่อไปทางเราอยากจะแนะนำก็คือ 5 เมนูประหยัด รสชาติจัดเต็มทุกจาน !

บทความที่คุณอาจสนใจ

สัตว์แปลกที่มีอยู่จริงในโลก